วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553

Boy's Story ให้รักนำทางใจ ตอน 55

บ๊อบจับตัวผมดันเข้าไปในรถเบาะหลังกับมัน บอมขึ้นไปนั่งรอพลตรงที่ผมเคยนั่ง ผมยังร้องไห้อยู่ แต่ไม่โวยวายฟูมฟาย แค่สะอื้นเอามือปิดหน้าอยู่ ด้วยบารมีแห่งแม่แผ่มาปกคลุมคุ้มหัวผมไว้ ผมคิดถึงหน้าแม่ ผมจึงระงับความเสียใจไว้ แม่จ๋า ลูกจะทำยังไงดี สงสารเอจับใจ อยากกอดปลอบโยนมันอยู่อย่างนั้น แต่เสียงของเด็กผู้หญิงคนนั้น แยกเราให้จากกัน ถ้าไม่ได้ยนเสียงนั้น ผมจะไม่ยอมปล่อยมือจากเอเลย ไม่ว่าพลจะห้ามยังไงก็ตาม แต่ด้วยเสียงนั้นทำให้ผมลังเล ถูกดึงตัวมาที่รถแล้วแต่ยังมึนงงอยู่ว่าควรจะอยู่หรือจะไปเสียให้ไกล ระยะเวลาแห่งความเสียใจมันยืดยาวนานเสียเหลือเกิน ความทุกข์ที่หมักหมมไว้ในใจไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลาย ผมสับสนเหลือเกิน พลกลับมาที่รถแล้วรีบขับออกไปทันที ผมไม่ได้หันไปมองเอแล้ว สถานที่ที่เราเกาะกุมกันเมื่อครู่หายวับไปกับตา บ๊อบกอดผมไว้ ผมนั่งนิ่งร้องไห้อยู่ ผมหันหลังกลับไปมอง ใจหาย เอ จะเป็นยังไงบ้างตอนนี้ แค่นี้เองผมก็สะอื้นออกมา ผมเอามือกุมหน้าตัวเองค้อมตัวลงเกือบติดกับเข่า บ๊อบลูบหลัง

"ทำใจดีๆนะแก"

พลสะอื้นหันมาปลอบ ทำใจดีๆ ทำยังไงพล ในเมื่อตอนนี้คำว่าใจที่ดี ใจที่เข้มแข็งมันพังทลายเป็นรูโหว่หมดแล้ว บอกฉันทีให้ฉันทำยังไง

"อี นั่นมันเป็นใครบอม"

พลหันไปถามบอมเสียงแข็ง

"เอ่อ เห็นไอ้เอบอกว่าเป็นเด็กข้างบ้าน มันชอบมาวุ่นวายกับมัน แต่เอมันไม่ได้ยุ่งด้วยนะพี่"

"แน่ใจเหรอว่าไม่ได้ยุ่ง ไม่ยุ่งแล้วมันแสดงความเป็นเจ้าของออกหน้าออกตาอย่างนี้เลยเหรอ บอกมานะบอม เธอไม่ต้องปกป้องเอแล้ว"

"ใช่ ไอ้เชี่ย มึงอยู่คุยอะไรกัน ไม่มีอะไรกันแล้วทำไมอีนั่น มาร้องกรี๊ดๆอยู่"

บ๊อบเสริมกดดันให้บอ มจนต่อคำพูด

"มันบอกวันนั้นมันเมาพี่ แต่มันไม่ได้ทำอะไรกัน เพราะเอมันบอกว่าลุงใหญ่มาตามกลับพอดี"

บอมพูดเสียงอ้อมแอ้ม

"เมา!!!! แก้ตัว มันเมาแล้วมันรู้ได้ไงว่าไม่มีอะไรกัน หา!!!!"

พลตวาดเสียง ดังลั่น

"พี่............มันบอกว่าถึงมันเมา แต่มันก็รู้สึกตัว มันยังไม่ได้มีอะไรกัน"

"มักง่าย ตอแหล ยังไม่ได้มีอะไรกัน หมายถึงอะไร หา ยังไม่ได้มีอะไรกันลึกซึ้ง หรือยังไม่ได้มีอะไรกันรอบสอง"

"พี่....."

"พอ แล้ว พอแล้ว"

ผมสะอื้นขอร้อง เจ็บปวดเหลือเกิน ยิ่งได้ยินยิ่งเจ็บเข้าไปในใจ คำพูดทุกคำเหมือนมีดที่คอยเชือดเฉือนหัใจให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ผมไม่อยากรู้ว่าเอมันจะมีอะไรกันหรือไม่ ไม่อยากรับฟัง ทรมานใจ เห็นแค่นี้ผมก็เหมือนโดนไฟเผาทั้งเป็นอยู่แล้ว อย่าให้ผมต้องรับรู้เลยว่ามีอะไรกันไปถึงขั้นไหน

"เรายังมีเรื่อง ต้องคุยกันนะบอม เอาไว้ถึงกรุงเทพฯก่อน"

พลขู่ทั้งเสียงสะอื้น บ๊อบกอดผมไว้ไม่ยอมปล่อยลูบหลังผม หัวใจผมมันไม่มีที่ว่างที่จะรับความอบอุนหรือความหวังดีใจใคร มันไม่มีที่เหลือแล้ว มันมืดมิดบุบสลาย ผมสะอื้นหนักใจจะขาด ทำไมนะเอ ทุกครั้งที่เกิดปัญหาเอต้องพึ่งอบายมุขเหล่านี้ เคยบอกแล้ว เคยเตือนแล้ว นี่ไม่เคยฟังกันเลยใช่ไหม ที่ฉันเคยพูดไปมันเป็นเพียงแค่ลมปากหรอกหรือ มันไม่มีค่าไม่คู่ควรให้เธอได้จดจำหรอกหรือ อาจจะเป็นเพราะว่าผมไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลยในชีวิตมัน ทุกอย่างที่ผมทำลงไปมันจึงไร้ซึ่งความหมาย ผมมันเป็นแค่ตุ๊ดคนหนึ่งที่มันเคยพูด เป็นแค่ตุ๊ด สอนหนังสือ โอย พอคิดยิ่งใจสลายจะขาดสิ้นเสียตรงนี้ ผมสะอื้นจนหายใจติดขัด บ๊อบตกใจมันดึงตัวผมขึ้นมา น้ำตามันไหลเปียกคอเสื้อ

"บอม เอายาในกระเป๋าให้พี่โยที"

พลร้องเสียงหลงบอกบอม บ๊อบกอดผมร้องไห้ออกมาอีกทั้งที่มันสงบลงแล้ว ผมไม่ได้ทำร้ายตัวเอง แต่ด้วยความที่สะอื้นถี่เกินไปเหมือนผมหายใจไม่ทัน เหมือนจะสิ้นลมหายใจ บ๊อบรับยามาจากบอมแล้วยัดมันเข้าในปากผม มันยกขวดน้ำแล้วให้ผมกลืนยาลงไป ร่างกายผมมันไม่มีแรงที่จะปฏิเสธอะไรจากใครแล้ว ผมกลือนเม็ดยาลงไปในคอ

"ฉัน ขอโทษนะแก ฉันขอโทษ ไม่น่าพาแกมาเลย"

พลร้องไห้ฟูมฟายอยู่ มันจอดรถข้างทางแล้วหยุดหันมาดูผม ผมสะอื้นหนักออกมาจากใจ เสียใจเหลือเกิน เสียใจจนไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่รู้จะพูดอะไรดี เอของผม จะเป็นยังไงบ้าง จะอยู่ยังไง จะเจ็บช้ำใจเพียงไหน เอ ฉันเสียใจเหลือเกิน ทำไมเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราไม่รู้จักหยุดหย่อน ทำไมความรักของเรามันมีอุปสรรคขวางกั้นมากมายเหลือเกิน เป็นกรรมแต่ชาติปางไหน เอ คิดถึงเหลือเกิน ใจจะขาดแล้ว ผมสะอื้นเบาบางลง รู้สึกง่วงนอนจนตาจะปิด ในที่สุดผมก็หลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ด้วยฤทธิ์ยา

..................................................


เคยไหมเคยกลัวอะไรสักอย่าง บางทีไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงกลัว แต่กลัว เคยผ่าตัดไหมตรงไหนก็ได้ของร่างกาย แต่หมอไม่ได้วางยา กรีดมีดลงไป ถ้าบอกว่าเจ็บเขาจะรู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร ถ้าบอกว่าปวดเขาจะรับรู้ไหมว่าเรารู้สึกยังไง ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นอยู่ เจ็บ ปวดเหลือเกิน แล้วใครรับรู้ไหมว่าผม เจ็บ ปวดสักเพียงใด

..................................................


ผมงัวเงียตื่นขึ้นมา รู้สึกตัวว่านอนหนุนตักบ๊อบอยู่ ผมพยายามดันตัวจะลุกขึ้น


"ตื่นแล้วเหรอครับพี่"


เสียงของบ๊อบที่พยายามทำให้มันแจ่มใส มันยิ้มให้ผม ผมเม้มปากไม่พูดอะไร


"เป็นไงบ้างแก ตื่นแล้วเหรอ"


เสียงพลที่เอี้ยวตัวมาถาม บอมก็หันมาด้วย ผมดันตัวลุกขึ้นไม่พูดอะไร นี่เราถึงไหนแล้วนะข้างนอกรถมืดแล้ว ไม่มีแสงใดระหว่างทางมีเพียงแสงจากเสาไฟฟ้าเป็นระยะ อย่างน้อยก็พอมีแสงไฟที่ส่องนำทางไป คิดวกมาถึงตัวเอง ทำไมในใจมันมืดมิด ไม่มีแสงใดผมมองไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด ผมมองออกนอกกระจกรถ วินาทีแรกที่เรียกสติที่ไม่สมประกอบกลับคืนมา ผมคิดถึงเอ แค่คิดถึงน้ำตาก็ซึมออกหางตา ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ปวดแปลบไปทั้งร่าง


"แกหิวไหม แวะกินอะไรกันหน่อยนะ"


ผมได้แต่พยักหน้าตอบรับ ได้ยินที่เพื่อนพูดแต่ไม่ได้คิดตาม ใจผมมันไม่ได้อยู่ที่นี่ เป็นห่วงเอ มันจะเป็นยังไงบ้างนะ จะกลับไปกินเหล้าเมาไม่ได้สติเหมือนเดิมหรือเปล่า จะกินเหล้าแล้วปล่อยให้ใครคนอื่นเข้ามาในชีวิตอีกหรือเปล่า คนที่ทำให้รักของเราเป็นรอยด่าง ทำให้ใจที่เหมือนแก้วที่คอยประคบประหงมมาให้มันร้าว เอ ทำไมนะ ทำไมทำแบบนี้ นี่ฉันรักเธอน้อยไปหรือ นี่ฉันทำผิดอะไรหรือ


"พี่ พอเถอะครับ ร้องไห้ตาบวมหมดแล้ว"


บ๊อบดึงผมเข้าไปกอดแล้วลูบบ่าผมเบาๆ  ผมพยายามไม่สะอื้นออกมา ไม่มีแรงแล้ว น้ำตาไหลเจ็บปวดแต่ก็ขอให้มันไหลออกมาให้หมดเถิด ไหลออกมาให้พอแต่อย่าให้คนอื่นต้องเจ็บช้ำน้ำใจเพราะน้ำตาของผมเลย พลเลี้ยวรถเข้าร้านอาหารข้างทาง ผมถูกลากลงจากรถ เรานั่งกินข้าวอยู่สักพักจึงไปต่อ ผมแทบจะไม่แตะต้องอะไรเลย ทั้งที่โดนเพื่อนและน้องๆบังคับต่างๆนานา กลืนอาหารลงไปโดยไม่รู้รส ความเจ็บปวดมันจุกเอ่อล้นจะทะลักออกมา


"เราไปค้างคืนที่พิษณุโลกดีกว่านะ ดึกแล้ว"


พลบอกทุกคนก็เอออตามไปด้วย ส่วนผมพาไปไหนก็พาไปเถอะ ไม่รับรู้แล้วว่าอยู่ตรงส่วนไหนของโลกใบนี้ พอขึ้นมาบนรถบอมก็อาสาเปิดเพลงเพราะเห็นว่าเงียบเกินไป


"When I first saw you I already knew

There was something inside of you
Something I thought that I would never find
Angel of Mine

I look at you looking at me

Now I know why they say the best things are free
Gonna love you boy you are so fine
Angel of Mine"

ทันทีที่เสียงเพลงดังออกมา เพลงที่ผมเคยได้ยินจากคนที่ผมรัก คืนที่ผมมีความสุขที่สุดกังมากระทบโสตประสาท ผมสะอื้นออกมาทันที ทั้งที่พยายามกักเก็บมันไว้ เอ เออยู่ไหน


"ปิดเดี๋ยวนี้บอม เปิดทำไม" พลตวาดเสียงดัง


"ไอ้เชี่ย ควายนะมึง" บอมก็สัมทับ


"อ้าวกูจะรู้ไหมเนี่ย ขอโทษครับพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ"


ไม่หรอกบอม เราไม่ผิดหรอก พี่ผิดเองที่ช่างจดช่างจำเอง จำทุกอย่างเกี่ยวกับเอ แต่ถ้าจะให้ลืมเอ ให้ลืมให้ลบความทรงจำที่มีต่อมันมีวิธีเดียวคือเอาชีวิตนี้ไปเสีย ให้มันตายแตกดับไปพร้อมกับความทรงจำ ผมสะอื้นหนักกว่าเดิม บ๊อบกอดไว้ ผมเห็นใจทุกคนคงไม่มีใครอยากอยู่ในสภาพที่อึกอัดเช่นนี้ แต่ผมบังคับตัวเองไม่ได้ ภาพความทรงจำคืนนั้น วิธีมอบแหวนของมันให้ผม ซึ่งตอนนี้ก็สวมอยู่นิ้วนางข้างซ้าย มันยังแจ่มชัดเหลือเกิน ผมจะลืมได้อย่างไร แหวนที่ผมเองเตรียมมามันยังอยู่ในกล่องกำมะหยี่ อยู่ที่เดิมในกระเป๋า วาดหวังว่าจะยื่นให้มันแล้วคว้ามันมากอดจูบให้สาแก่ที่ใจคิดถึง แล้วนี่อะไร แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นระหว่างเรา


ฉันเริ่มรักเธอตั้งแต่ตอนไหนนะ คืนนั้นคืนที่ฉันประชดเธอแล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันล่วงเลยมาไกลถึงเพียงนี้ หรือมันเริ่มจากตรงไหน ฉันจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มรักตอนไหน แต่รู้ไว้นะว่าตอนนี้รักเธอหมดใจแล้ว ไม่ว่าเธอจะมีใคร จะมีคนอื่น แต่รักแล้วฉันหยุดรักเธอไม่ได้เลย ไม่เคยคิดว่าจะหยุดรักเธอเลย ทุกลมหายใจมันคือเธอ


ยังจำได้ไหมเอ คืนที่เรานับถอยหลังคืนสิ้นปีด้วยกัน จำแสงไฟที่เหมือนสวรรค์ของเราเหล่านั้นได้ไหม ยังจำได้ไหมว่าเรากอดกันนอนข้ามคืน ความอุ่นจากกายแผ่เข้าไปถึงใจ ยังจำได้ไหมเอ คืนนั้นที่เกาะเสม็ดที่เราอาบน้ำด้วยกัน ยังจำเรือนร่างฉันได้ไหม ร่างกายและหัวใจที่มอบให้เธอคนเดียว เธอยังจำได้ไหมว่าเธอพูดกับฉันว่าอะไร คำว่ารัก ไม่เคยเบื่อที่จะฟังกินใจทุกครั้งที่ได้ยิน เธอจำมันได้บ้างไหมเอ ยังจำฉันคนนี้ได้บ้างไหม จำได้ไหมว่าเรารักกันมากแค่ไหน หรือเธอลืมมันไปหมดแล้ว เอ เธอจำมันได้บ้างไหม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น