"ไปเช่าสน็กเกอร์มาดำน้ำดีกว่าเอ"
พี่ป้อมชวนเอ มันก็พยักหน้าเดินตามไปทันที
"แกกินน้ำอะไรไหมแก เดี๋ยวสั่งเขา นอนสวยๆสักวันซิ"
จ๋าชวน ผมเองก็เห็นดีด้วยเพราะไม่เล่นน้ำผมเป็นโรคประหลาดกลัวน้ำ ไม่ใช่พิษสุนัขบ้านะ แต่กลัวน้ำห้วงใหญ่ๆกว้างๆ ทั้งที่ว่ายน้ำเป็น ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องจมน้ำ มันไม่มีเหตุผลแค่กลัวไม่อยากลง เราเดินไปที่บังกาโลแล้วสั่งน้ำมะพร้าวมาสี่ลูก แล้วกลับไปเอาขนมที่ห้อง เดินกลับมาที่เปลเห็นเอมันถอดเสื้อใส่แต่กางเกงขาสั้นสำหรับเล่นน้ำ พี่ป้อมเองก็เหมือนกัน มีอุปกรณ์ดำน้ำอยู่ที่เปล ผมยิ้มให้มัน
"ทา ครีมกันแดดก่อนสิเอ เดี๋ยวตัวไหม้หรอก"
ผมเดินไปหาแล้วดึงแขนมันไป ยังเปลอีกตัว
"นั่นสิ พี่ป้อม มาทาด้วย"
จ๋าก็ทำตาม ผมเทครีมกันแดดลงฝ่ามือค่อยๆลูบตามตัวมัน เอยืนนิ่งยกแขนขึ้นจับหัวเหมือนนักโทษให้ตรวจร่างกาย ผมทาข้างหลังเสร็จก็มาทาข้างหน้า มันลดมือลงมาเกาะบ่าแล้วยิ้ม
"ต๊าย หวานแต่เช้า นะยะ"
เสียงร้องแขวะดังมาจากหน้าบังกะโล กบยืนอยู่หัวมันยังฟูๆอยู่เลย มันเดินปรี่เข้ามาหาเรา
"โอ แม่เจ้า น้องเอ หุ่นเริ่ด ต๊าย พี่หัวใจจะวาย"
"อีบ้า มองไปย่ะ เป็นหมาเห่าเครื่องบินไป"
จ๋าแขวะ
"ต๊ายนังจ๋า พี่ป้อมก็เริ่ดนะยะ อุ๊ยพี่ป้อมขาเปลี่ยนใจมาหาหนูกบยังทันนะคะ"
กบพูดติดตลก
"ไม่ ดีกว่าครับ น้องกบ พี่ไม่นิยมของดำ"
กบกรี๊ดแต่เช้า พี่ป้อมพูดจบทุกคนก็หัวเราะ กบค้อนประหลับประเหลือกแล้วเดินเชิ่ดงอนกลับไปที่ทานอาหารเช้า
"เหลือ เกินจริงๆนะ อีนี่"
จ๋าพูดแล้วหันมาหาพี่ป้อม
"ไม่สนใจหน่อย เหรอคะพี่ป้อมขา"
จ๋าลากเสียงยากประชด พี่ป้อมคว้าตัวมันมากอดไว้
"ไม่ ล่ะจ๊ะ มีคนเดียวนี่ล่ะถูกใจที่สุดแล้ว"
พูดจบก็หอมแก้มมัน จ๋าฟาดแขนพี่ป้อมเบาๆหยอกเย้ากัน
"ใช่พี่ ของผมก็ไม่มีใครแล้ว ถูกใจแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจ"
เอเอาบ้าง
"นี่ เดี๋ยวทาครีมไม่เสร็จ ยืนดีๆ"
ผมทำเสียงดุแต่ก็ยิ้ม
"โอ๊ย ไม่เกรงอกเกรงใจกันเลยนะ เกรงใจฟ้าบ้างเดี๋ยวก็ผ่ากลางแจ้งหรอก"
มาอีกคู่เสียงพลกับกายแซวมาแต่ไกล เสียงพวกมันแจ่มใสอารมณ์ดี กบเดินพ่วงท้ายมาอีกคน
"เพิ่งตื่นเหรอยะ อีแฮ่นทั้งหลาย เป็นไงล่ะ ได้มั้ยผู้ชายน่ะ"
จ๋าร้องทักไป แต่ยังให้พี่ป้อมกอดอยู่
"อุ๊ย ขั้นเทพอย่างพวกชั้นแล้ว จะเหลือรึ เนี่ยเดี๋ยวผู้ชายเมื่อคืนก็มาหานัดกันแล้ว"
กายพูดอย่างภาคภูมิใจ
"ไม่ไปกินข้าวล่ะแก"
ผมทาครีมให้เอเสร็จ หันไปถามเพื่อนบ้าง
"สั่ง มากินตรงนี้ล่ะ เดี๋ยวจะได้ลงว่ายน้ำอาบแดดซะหน่อย"
พลบอกแล้วทิ้ง ตัวลงนอนข้างเปลที่เราวางของ
"โห เอ มีซิกแพ็คด้วยเหรอ น่าอิจฉาจัง"
กายพูดแล้วจ้องเอ
"อย่าคิดนะแก นี่น้องฉัน"
พลทำเสียงดุ
"ต๊าย อีนี่ไปเป็นน้องเป็นพี่กับเขาเมื่อไหร่ยะ ฉันแค่ชมย่ะ ไม่คิดจะแย่งของเพื่อนหรอก"
กายหัวเราะ
"นั่นล่ะ อย่าแม้แต่จะคิด"
"ค่า แม่พี่สาวแสนสวย"
"เป็นธรรมดา"
ทั้งสองเหน็บกันแต่หัวเราะอย่างสนุกสนาน กบไปสั่งอาหาร ส่วนเอกับพี่ป้อมเดินไปไกลตรงโขดหินถืออุปกรณ์ดำน้ำตื้นๆไปด้วย
"ดู เอมันรักแกมากนะ"
กายพูดกับผมเปรยๆลอยมากับลม ผมพยักหน้าแล้วมองตามหลังมันไป
"แกโชคดีนะโย ดูแกมีความสุขมาก มากกว่าตอนที่คบไอ้พี่ตั้มเสียอีก"
ผมไม่คิดอะไรได้แต่พยักหน้า คงจะจริงความสุขแม้เราจะปิดบังมันเอาไว้ไม่แสดงอาการออกมาแต่มันก็ยังล้นออกมาทางสายตาอยู่ดี พอกบกลับมาเราก็นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน อาหารมาพวกมันก็กินกัน ผมกับจ๋าก็เดินออกไปเล่นที่ทรายหาด คลื่นแรงซัดมาเป็นระรอก เกลียวคลื่นพัดน้ำมาโดนเท้าเรา
"พอกลับบ้าน พี่ป้อมว่าจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอว่ะแก"
จ๋าพูดขึ้นสายตายังมองไปที่ ทั้งสองคนที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ใกล้ๆโขดหิน
"ก็ดีแล้วนี่แก จะได้หมดเรื่องกันเสียที"
"แกว่ามันเร็วไปไหม ไม่รู้สิ บางทีฉันก็ยังไม่อยากจะแต่งงาน"
จ๋ามองหน้าผมสายตามันยากเกินกว่าจะ เดาว่ามันต้องการอะไร แต่มันดูสับสนอย่างที่พูดจริงๆ
"ก็ถือว่าแต่ง เพื่อลูกแก พี่ป้อมก็ดูรักแกดีออก อย่าคิดมาก"
ผมปลอบ มันพยักหน้า คนที่เคยโสดเคยสนุกสนานกับเพื่อนไปวันๆ มันคงเป็นเรื่องธรรมดาปกติที่ยังไม่อยากมีอะไรมาผูกมัด แต่ก็ช่วยไม่ได้มันจำเป็นต้องทำ คบกันไม่นานก็จริงแต่ต้องรอถึงเมื่อไหร่ล่ะถึงจะตกลงปลงใจ บางคู่คบกันเป็นสิบปีแต่ก็ต้องเลิกรากันไปอยู่ดีถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ มันก็คงจะเหมือนกันกับตอนที่รักกันแล้วแต่งงานกันเลย พออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็คงต้องเลิกรากันเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็มีห่วงโซ่ทางใจต่อกันแล้ว คงตัดได้ยาก
เราเดินอยู่สักพักก็เดินกลับมานั่งกินน้ำมะพร้าว พวกพลกินข้าวเสร็จแล้วต่างก็พากันนอนอุตุอยู่คงจะเพลีย ผมกับจ๋านั่งคุยกันสักพักก็พลอยหลับไปด้วยเพราะลมที่พัดเป่าทำให้ง่วง
"ตัว เอง เค้าหิวข้าวอ่ะ"
เอมันเขย่าตัว ผมลืมตาขึ้น มันยืนตัวแดงอยู่ข้างหน้า
"หิวแล้วเหรอ ทำไมตัวแดงจังล่ะเอ"
"ไม่ รู้ แสบแล้วอ่ะ ครีมกันแดดตัวเองคงใช้ไม่ได้ผล"
"กี่โมงแล้ว"
ผมงัวเงียลุกขึ้นหันมองข้างๆ จ๋าไม่อยู่แล้ว พวกพลก๋เห็นเล่นน้ำกรี๊ดกร๊าดอยู่ริมหาด
"จะเที่ยงแล้ว"
มันนั่งลงกับพื้นเอาหน้าซุกมาที่แขน ผมเอานิ้วลูบหน้ามันที่เริ่มแดง
"เดี๋ยว ชวนเพื่อนๆก่อนนะ หิวมากไหม"
ผมถามน้ำเสียงห่วงใยมากที่สุด หน้ามันแดงแจ๋ตัวก็แดง
"ไม่มากอ่ะ เค้ากินขนมไปบ้างแล้ว"
มันโน้มคอมาหอมแก้ม ผมดันตัวมันไว้
"ตัวแดงแจ๋เลย แสบไหม"
"นิด หน่อย"
"ไปอาบน้ำก่อนไหม จะได้สบายตัวเดี๋ยวเอาเจลเย็นทาให้"
มันพยักหน้า ผมลุกขึ้นเดินออกไปบอกเพื่อน โดนแซวเหมือนเคย แต่ก็ไม่ได้อายแล้ว ผมเดินกลับมาหาเอ มันถือของแล้วเดินกลับเข้าห้องไป ผมให้มันไปอาบน้ำ พอเสร็จมันออกมาตัวล่อนจ้อน
"ไม่เช็ดตัวก่อนล่ะพ่อ"
ผมประชด เพราะหยดน้ำยังเกาะอยู่ตามตัว
"มาให้แม่เช็ดให้ไง"
"ไอ้นี่"
ผมคิดจะประชดมันแต่มันก็ไม่ยอมแพ้ ผมจึงต้องไปเช็ดตัวให้มัน พอหมาดก็เอาเจลเย็นที่เตรียมมาทาทั่วตัว เราเดินกลับมาที่เปล เห็นพลนอนเอกขเนกอยู่
"อ้าว แล้วพวกนั้นล่ะ"
ผมถามแล้วนั่งลง ข้างๆมัน
"ไล่ไปอาบน้ำแล้ว มันแย่งกันอาบน้ำ เออ แกอยากกินตำปูม้า หิวแล้ว"
พลบอก ผมก็เออออตามมัน
"เป็นไงเอ ตัวแดงเชียว ระวังนะเดี๋ยวตัวลอก ทาครีมหรือยังล่ะ"
"เรียบร้อยครับพี่ แฟนทาให้แล้ว"
"แหมนะ"
พลคงขี้เกียจจะกัดมันจึงเงียบไป สักพักจ๋ากับพี่ป้อมก็เดินออกจากห้องมาสมทบ พลกัดกับจ๋าตามปกติจนกายกับกบเดินเฉิดฉายออกมา มันจึงไปอาบน้ำเรานั่งคุยกันหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเพราะกบเมาท์กระจาย ออกลีลาท่าทาง พอพลอาบน้ำเสร็จเราก็เดินไปหาร้านอาหารกินข้าวกัน ผู้คนนั่งอยู่เต็มหาดคงเป็นวันหยุดมีทั้งต่างชาติและคนไทยเอง ทั้งหาดจึงคราคร่ำไปด้วยผู้คน เรากินข้าวเสร็จก็มานั่งอยู่ที่เดิม คุยกัน นอน เพราะคงเพลียที่เล่นน้ำมา
"ตัวเอง มานั่งตรงนี้"
เอมันเรียกผมที่กำลังจะนั่งลงที่เปลอีกตัว แต่มันเรียกให้ไปนั่งเปลเดียวกับมัน ผมมองอยู่ตัดสินใจแต่ท่าจะลีลามากเดี๋ยวเพื่อนก็ได้ยินแซวอีก ผมจึงไปนั่งลงตรงหว่างขามัน พอนั่งลงอย่างยากลำบากมันก็คว้าเอวไปกอดทันทีเพื่อนมองแต่ก็ไม่แซวอะไร คงชินตาแล้ว ลมทะเลพัดอยู่ไม่ขาดสาย ไอแดดที่ลมพัดมากระทบกาย รู้สึกแสบร้อน เอมันหลับไปแล้ว ผมเองก็เผลอหลับไปบนตัวมัน
ตื่นมาอีกทีเพราะเอมัน ขยับตัว คงจะเหน็บกินเพราะผมทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ตัวของมัน พอลืมตาขึ้นเห็นจ๋านั่งยิ้มให้ พี่ป้อมนอนอยู่ข้างๆ ส่วนพวกนั้นก็แยกออกไปเห็นยืนคุยกับผู้ชายอีกสองคนใต้ต้นหูกวางริมหาด
"นี่ แก เล่นวอลเลย์กันไหม"
พลเดินมาชวน จ๋ามองหน้า
"เอาสิ ไม่มีอะไรทำพอดี"
จ๋าพูดแล้วหันมามองผม ก็ดีเหมือนกัน ผมพยักหน้า แดดเริ่มร่มลงมากแม้จะยังร้อนอยู่ แต่ถ้ามาทะเลแล้วไม่มีกิจกรรมอะไรเลย ก็คงจะน่าเบื่อพอดู จ่าหันไปปลุกพี่ป้อม แต่ผมห้ามไว้เพราะคงเพลียจากการดำน้ำ ผมค่อยๆลุกจากเปลเพราะกลัวเอมันจะตื่น เราเดินไปที่สนามเขาขึงตาข่ายไว้แล้วเห็นตั้งแต่ตอนที่มาถึง ตอนนั้นมีคนเล่นอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คงร้อนเกินไปจึงไม่มีใครเล่น ผมอยู่ทีมเดียวกับจ๋า กบ และอีกคนที่เพิ่งรู้จัก ชื่อ ก้อง หรืออะไรประมาณนี้ไม่ได้จำเป็นเพื่อนที่พลกับกายไปสอยมาเมื่อคืน ส่วนพลกับกายอยู่อีกทีมกับเพื่อนใหม่อีกคน ชื่อ เป้ ฝั่งโน้นมีกันสามคนเพราะต่อให้ฝั่งเรา พอเริ่มเล่นก็ไม่เป็นอันเล่นเพราะทางฝ่ายเรามัวหัวเราะกบ ก็คุณนายเล่นบทนางงามเล่นวอลเลย์บอล กรี๊ดกร๊าดตลอดเวลา เราเล่นอยู่สักพักผมก็คอยแอบชำเลืองมองดูเอว่ามันตื่นหรือยัง เห็นมันนั่งดูเราเล่นอยู่ ยิ้มแฉ่งอยู่ไกล พอเล่นจนเหนื่อยก็เลิกเดินมาที่เปล
"เหนื่อยไหมคะ"
มันถาม แล้วยิ้มให้ ผมพยักหน้าแล้วมันก็ฉุดตัวผมลงไปนั่งทับมันเหมือนเคย มันหอมแก้ม
"น่ารักจังแฟนใครเนี่ย"
มันพูดแล้วซุกไซร้ท้ายทอย
"ไม่ เคยลดดีกรีความหวานเลยนะคู่นี้"
กายพูดแล้วนั่งลงข้างๆ
"อ้าว นี่แฟนโยเหรอ น่ารักนะ"
คนชื่อเป้พูดขึ้นแล้วมองแปลกๆ
"ใช่ คนมันน่ารักอ่ะนะ มันก็ต้องคู่กับคนน่ารัก"
พลพูดเสียงห้วน สายตามันขวางๆแปลก สักพักมันก็พาทั้งสองคนไปจากกลุ่มเรา มันเดินกลับมา
"แหม มึง อีตุ๊ด เมื่อคืนนี่ดูดกูไม่ปล่อย พอเจอผู้ชายหน่อยตาส่องประกายเชียว"
พลบ่นแล้วนั่งลงกระฟัดกระเฟียด
"แหมแก จะเอาอะไรกับพวกนี้ กินแล้วก็แล้ว ฉันยังไม่ซีเรียสเลย"
กายพูดขึ้นบ้าง ดูมันไม่ใส่ใจจริงๆ
"ฉันก็ไม่ได้ซีเรียสหรอก แต่แหมนะ คิดว่าคนอื่นเขาจะมองตัวเองทุกคนไป สวยตายล่ะอีห่า ฉันกินนี่เพราะเซี่ยนหรอก"
"อุ๊ย เมื่อคืนไม่ได้พูดแบบนี้นี่คะ ริต้าเปลี่ยนใจเหรอ เห็นเมื่อคืนบอกเจอแล้ว โดนใจ อะไรแบบนี้"
กบได้ ทีกัดพลบ้าง
"อ้าว อีนี่ เมื่อคืนฉันเมาโว้ย มืดๆก็รักทุุกคนนั่นล่ะ พอเจอแสง ก็งั้นๆ ชิ"
สรุปพวกมันสามคนก็ถกกันเอง เราได้แต่นั่งฟัง ไม่ได้รู้สึกหึงหวงอะไร ผมชวนเอกลับห้องไปตามหลังจ๋าที่ปลุกพี่ป้อมไปนอนต่อที่ห้อง
"เราน่าตาดีเนอะ คนมองกันใหญ่"
ผมเหน็บมันตอนเดินมาด้วยกัน
"หึหึ ไม่แปลกหรอกที่ใครจะมอง แต่ไม่มีใครได้ใจเค้าไปหรอก เพราะตัวเองเอามันไปแล้ว"
มันหัวเราะในลำคอแล้วกอดคอผม หัวใจพองโตขึ้นมาเขินเหมือนกัน พึงพอใจกับคำตอบที่ได้รับ
"บ้า ใจเธอก็อยู่กับเธอ ใครจะเอามันมาได้"
ผมตอบดำน้ำไป
"ได้สิ ก็ตัวเองไง เอามันไปหมดแล้ว ฝากใจไว้กับตัวเองนะ อย่าทำลายมันล่ะ"
มันยังคงพูดเสียงแจ่มใสอยู่ ผมไม่โต้ตอบแล้วเพราะกลัวตัวเองจะหัวใจวายตาย เพราะรู้สึกมันเต้นแรง เลือดสูบฉีดพลุ้งพล่านไปทั่วตัว พอถึงห้องมันก็ดึงตัวผมลงไปนอนกอด พรมจูบทั่วใบหน้า ไม่รู้ว่าการที่คนเรารักกัน การกระทำแบบนี้มันเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้น แต่พอผ่านไปสักพักมันจะยังคงอยู่แบบนี้ไหมนะ ผมมีความสุขมากในตอนนี้ แต่เอาเถอะคิดล่วงหน้าเกินไปในอนาคตที่เรามองไม่เห็นประโยชน์อะไรก็ไม่มี วางแผนอนาคตมันก็ดีอยู่ แต่ผมไม่คิดว่าจะวางแผนอะไรกับหัวใจ ไม่คิดจะทำให้มันเป็นดั่งที่ใจต้องการ เพราะตอนนี้ผมก็ได้เกินกว่าที่คาดหวังไว้อยู่แล้ว น้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือผลที่มันจะตามมา เราเผลอหลับไปทั้งคู่ สะดุ้งตื่นตอนที่กบมาเคาะประตูเรียก เหลือบดูนาฬิกา ตายจริงเกือบทุ่มแล้ว ผมร้องบอกกบว่าขออาบน้ำก่อน แล้วจึงปลุกเอลุกไปอาบน้ำ มันบังคับให้ผมอาบน้ำให้มันอีกแล้ว ตอนแรกผมก็ไม่ยอมแต่ก็ทนที่มันตื้อไม่ได้ จึงต้องอาบน้ำด้วยกัน พอเสร็จเราก็เดินไปสมทบเพื่อนๆ เราไปกินข้าวร้านใหม่ คราวนี้นั่งในร้านมีแอร์ คงจะเหนื่อยและร้อนกัน อาหารก็ยังเป็นอาหารทะเลเหมือนเคย พอกินเสร็จก็เดินกลับมารวมกันที่ห้องของพล เราจะเล่นไพ่กัน คนแพ้กินว็อดก้า กับเตกีร่า เล่นเอาผมหน้างอไปครู่ใหญ่ เพราะเล่นไพ่สลาฟทีไรผมเป็นคนแพ้ทุกที
"แกไม่กินเหล้าก็ยังมีตัวแทน นี่แกจะกลัวอะไร นังจ๋ามันก็กินไม่ได้มันก็ให้พี่ป้อมกินแทน"
พลกระเซ้า กบกับกายก็เห็นด้วย ผมมองหน้าเอ รายนั้นยิ้มรออยู่แล้ว เหมือนมันตกลงอะไรไว้กับพล ผมมองด้วยความหมั่นไส้
"บ้าเหรอแก เดี๋ยวเอมันเมา"
ผมค้าน
"เค้าไม่เมาหรอกตัวเอง"
"เห็น มะ เจ้าตัวเค้ายังไม่กลัว แกจะกลัวอะไร น่านะแก ปล่อยให้น้องมันสนุกบ้าง"
ผมขี้เกียจเถียง ตามใจก็แล้วกัน พอเมามาอย่ามางอแงใส่ก็แล้วกัน สรุปเราก็เล่นไพ่กัน เสียงหัวเราะสนุกสนาน ตาแรกกบแพ้ ตาสองจ๋า ตาสามถึงเป็นผม เอไม่รีรอมันคว้าแก้วว็อดก้าไปกระดกลงคอรวดเดียว ผมมองตาค้าง
"นี่เดี๋ยวก็เมาหรอก"
ผมทำตาดุ แต่มันทำตาหวานใส่ เราเล่นต่อจนดึก พี่ป้อมเมาลุกไม่ไหวแล้ว ทุกคนเมาหมด เว้นแต่ผมกับจ๋า ผมก็มึนๆนิดหน่อยเพราะช่วยเอกิน ส่วนรายของผมนั้นเมาแต่ก็พูดจารู้เรื่องอยู่ แต่พอให้ยืนลุกกลับห้อง หัวมันก็ขมำไป ผมต้องรีบคว้าไว้แล้วเอาแขนมันมาพาดบ่าลากกลับห้องอย่างทุลักทุเล
"เห็น ไหม บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะ เป็นไงล่ะ"
ผมบ่น
"หือ อารายค้า ที่รัก เค้าม่ายด้ายมาววว ค้าววว มึนนเฉยๆ"
มันลากเสียงยานพูดอย่าง ลำบาก ผมได้แต่ถอนหายใจ
"ตัวเอง ค้าา เค้าาา อยากดูทะเล พา เค้าาา ปายหน่อยน้าา"
ผมพยายามจับใจความ พอรู้เรื่องก็ลากมันเปลี่ยนเส้นทางจากตรงกลับห้องไปยังหาด ผมพยายามพยุงมันเซหน้าเซหลัง จนสะดุดเท้ามันล้มลงทั้งสองคน มันนอนแผ่อยู่บนทราย ผมทับอยู่บนตัวมัน โอยเหนื่อย ผมดิ้นไปมาคงเวียนหัว ผมดึงตัวมันให้ลุกขึ้นนั่งแล้วไปอยู่ข้างหลังกอดมันมาจากข้างหลังเพราะกลัว มันล้มลงอีก
"เค้า รักตัวเองน้าา รักตัวเองมาก รู้หมายย"
มัน เพ้อ
"อืมม รู้แล้ว เวียนหัวไหม"
ผมกระซิบถามตรงข้างหู
"เค้า เวียนหัวอ่า เค้าเวียน ตัวเอง จุ๊บ เค้าหน่อยสิค้าา ตัวเอง"
มันทำท่ายังกับเด็กเอามือป่ายไปมา ผมต้องหอมแก้มมัน
"เค้าเกิดมา ม่ายเคยร้ากครายเท่าตัวเองเลย ร้ากตัวเองมากน้าา"
เสียงมันเริ่มหาย แหบแห้งขึ้นทุกที
"ตัวเอง ตัวเอง อย่าทิ้งเค้าน้าาา ตัวเอง ร้ากเค้าให้มากๆ น้าา"
ผมแอบอมยิ้ม เวลามันลากเสียงยาวแล้วตลกดี ผมกอดมันอยู่อย่างนั้น มันก็เพ้อไปเรื่อย ลมทะเลพัดโดนตัวความเย็นของลมตอนกลางคืนทำให้ผมรู้สึกค่อยยังชั่ว สักพักผมก็พยุงมันกลับห้อง มันก็คงรู้สึกดีขึ้น พอกลับมาถึงห้องมันก็อ๊วกพุ่งทันที ผมลากเข้าห้องน้ำถอดเสื้อผ้ามันออกแล้วเปิดน้ำฝักบัวรดตัวมัน แล้วก็ออกไปเช้ดอ๊วก ผมกลับเข้าไปมันดิ้นพรวดพราด
"ตัวเอง ที่ร้าก ปายหนาย ที่รัก ปายหนาย ไม่อาว ม่ายอยู่คนเดียว จะอาวที่ร้าก"
มันคว้าลม ผมต้องเข้าไปกอดไว้แล้วลูบตามหลัง สรุปผมก็ต้องเปียกไปด้วย ผมใช้ความพยายามอย่างมากในการอาบน้ำให้มัน เพราะมันคอยปัดป่ายมืออก มันจะกอดท่าเดียว ดุก็แล้วไม่มีฟัง มันนั่งกับพื้นดิ้นพรวดๆยังกับเด็กๆ อาบเสร็จผมก็ลากมันออกมาดันตัวให้ติดกำแพงไว้ แล้วเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ด กว่าจะเสร็จจากอาบน้ำเย็นๆผมเหงื่อออกเลย ผมใส่เสื้อผ้าให้มันแล้วให้มันนอน ผมก็หันมาจัดการกับตัวเอง เอาเสื้อผ้าออกไปตากทำความสะอาด จึงได้นอน พอล้มตัวลงมันก็คว้าไปกอด ครางอยู่ในคอ ผมต้องลุกไปเปิดน้ำในตู้เย็นแล้วพยุงให้มันลุกขึ้นกรอกเข้าปาก กว่าจะหลับได้ ผมแทบแย่
ผมตื่นขึ้นเกือบเก้าโมง แต่เจ้าตัวดียังนอนอยู่ ผมเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวแล้วอาบน้ำ ออกมามันก็ยังไม่ตื่น ผมจึงเดินออกไปที่ทานอาหารเช้าเห็นจ๋านั่งอยู่คนเดียวหน้ามุ่ยอยู่
"เป็น ไงแก ตื่นยัง เอน่ะ"
จ๋าถาม หน้ายังงออยู่
"ยัง พี่ป้อมล่ะ"
"โอ๊ย รายนั้นสลบไปแล้ว เขย่าให้ตายก็ไม่ตื่น พี่ป้อมเค้าไม่ค่อยกินเหล้า พอกินนี่หมดสภาพเลย"
จ๋าบน
"ของฉันก็เหมือนกันล่ะ เมื่อคืนก็อ๊วกแตก กว่าจะนอนดิ้นทุรนทุราย แล้วพวกบ่างช่างยุล่ะ ตื่นสักตัวหรือยัง"
"ฝันไปเถอะ คงนอนตายอยู่ในห้องนั่นล่ะ"
เรา คุยกันสักพักก็กินข้าวก่อน ผมสั่งผัดซีอิ๊วให้ไปส่งให้ที่ห้อง เดินไปร้านขายของซื้อน้ำส้มมากล่องใหญ่ เดินกลับห้องไปเอมันยังไม่ตื่น ผมไปเขย่าตัวมัน
"เอ ตื่นมากินอะไรก่อน เอๆ"
ผมเขย่ามันงัว เงียตื่นขึ้น ตาแดง มันคว้าตัวผมลงไปกอด เอาหน้าซุกลงกับอก
"มากินอะไรก่อนนะ เดี๋ยวค่อยนอนต่อ"
ผมพูดเสียงเบา อ่อนโยนเพราะถ้าดุมันไปเดี๋ยวไม่ยอมกินอีก
"อืม"
มันยอมลุก ขึ้น ตาปรือแดงก่ำ
"เค้ามึนหัวอ่ะตัวเอง ปวดหัว"
"อืม กินข้าวก่อน แล้วกินยาแก้ปวด เดี๋ยวค่อยนอนต่อนะ"
ผมพูดกึ่งปลอบ มันยิ่งอ้อนให้ป้อนให้อีก ซวยไปเลยผม ต้องป้อนมัน พอกินเสร็จผมก็ให้มันกินน้ำส้มไปสองแก้ม กินยาพาราอีกสองเม็ด ให้นอนต่อแต่มันก็จะกอดท่าเดียวผมก็เลยจำใจต้องนอนต่อ สรุปผมเองที่หลับก่อนมัน
พี่ป้อมชวนเอ มันก็พยักหน้าเดินตามไปทันที
"แกกินน้ำอะไรไหมแก เดี๋ยวสั่งเขา นอนสวยๆสักวันซิ"
จ๋าชวน ผมเองก็เห็นดีด้วยเพราะไม่เล่นน้ำผมเป็นโรคประหลาดกลัวน้ำ ไม่ใช่พิษสุนัขบ้านะ แต่กลัวน้ำห้วงใหญ่ๆกว้างๆ ทั้งที่ว่ายน้ำเป็น ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องจมน้ำ มันไม่มีเหตุผลแค่กลัวไม่อยากลง เราเดินไปที่บังกาโลแล้วสั่งน้ำมะพร้าวมาสี่ลูก แล้วกลับไปเอาขนมที่ห้อง เดินกลับมาที่เปลเห็นเอมันถอดเสื้อใส่แต่กางเกงขาสั้นสำหรับเล่นน้ำ พี่ป้อมเองก็เหมือนกัน มีอุปกรณ์ดำน้ำอยู่ที่เปล ผมยิ้มให้มัน
"ทา ครีมกันแดดก่อนสิเอ เดี๋ยวตัวไหม้หรอก"
ผมเดินไปหาแล้วดึงแขนมันไป ยังเปลอีกตัว
"นั่นสิ พี่ป้อม มาทาด้วย"
จ๋าก็ทำตาม ผมเทครีมกันแดดลงฝ่ามือค่อยๆลูบตามตัวมัน เอยืนนิ่งยกแขนขึ้นจับหัวเหมือนนักโทษให้ตรวจร่างกาย ผมทาข้างหลังเสร็จก็มาทาข้างหน้า มันลดมือลงมาเกาะบ่าแล้วยิ้ม
"ต๊าย หวานแต่เช้า นะยะ"
เสียงร้องแขวะดังมาจากหน้าบังกะโล กบยืนอยู่หัวมันยังฟูๆอยู่เลย มันเดินปรี่เข้ามาหาเรา
"โอ แม่เจ้า น้องเอ หุ่นเริ่ด ต๊าย พี่หัวใจจะวาย"
"อีบ้า มองไปย่ะ เป็นหมาเห่าเครื่องบินไป"
จ๋าแขวะ
"ต๊ายนังจ๋า พี่ป้อมก็เริ่ดนะยะ อุ๊ยพี่ป้อมขาเปลี่ยนใจมาหาหนูกบยังทันนะคะ"
กบพูดติดตลก
"ไม่ ดีกว่าครับ น้องกบ พี่ไม่นิยมของดำ"
กบกรี๊ดแต่เช้า พี่ป้อมพูดจบทุกคนก็หัวเราะ กบค้อนประหลับประเหลือกแล้วเดินเชิ่ดงอนกลับไปที่ทานอาหารเช้า
"เหลือ เกินจริงๆนะ อีนี่"
จ๋าพูดแล้วหันมาหาพี่ป้อม
"ไม่สนใจหน่อย เหรอคะพี่ป้อมขา"
จ๋าลากเสียงยากประชด พี่ป้อมคว้าตัวมันมากอดไว้
"ไม่ ล่ะจ๊ะ มีคนเดียวนี่ล่ะถูกใจที่สุดแล้ว"
พูดจบก็หอมแก้มมัน จ๋าฟาดแขนพี่ป้อมเบาๆหยอกเย้ากัน
"ใช่พี่ ของผมก็ไม่มีใครแล้ว ถูกใจแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนใจ"
เอเอาบ้าง
"นี่ เดี๋ยวทาครีมไม่เสร็จ ยืนดีๆ"
ผมทำเสียงดุแต่ก็ยิ้ม
"โอ๊ย ไม่เกรงอกเกรงใจกันเลยนะ เกรงใจฟ้าบ้างเดี๋ยวก็ผ่ากลางแจ้งหรอก"
มาอีกคู่เสียงพลกับกายแซวมาแต่ไกล เสียงพวกมันแจ่มใสอารมณ์ดี กบเดินพ่วงท้ายมาอีกคน
"เพิ่งตื่นเหรอยะ อีแฮ่นทั้งหลาย เป็นไงล่ะ ได้มั้ยผู้ชายน่ะ"
จ๋าร้องทักไป แต่ยังให้พี่ป้อมกอดอยู่
"อุ๊ย ขั้นเทพอย่างพวกชั้นแล้ว จะเหลือรึ เนี่ยเดี๋ยวผู้ชายเมื่อคืนก็มาหานัดกันแล้ว"
กายพูดอย่างภาคภูมิใจ
"ไม่ไปกินข้าวล่ะแก"
ผมทาครีมให้เอเสร็จ หันไปถามเพื่อนบ้าง
"สั่ง มากินตรงนี้ล่ะ เดี๋ยวจะได้ลงว่ายน้ำอาบแดดซะหน่อย"
พลบอกแล้วทิ้ง ตัวลงนอนข้างเปลที่เราวางของ
"โห เอ มีซิกแพ็คด้วยเหรอ น่าอิจฉาจัง"
กายพูดแล้วจ้องเอ
"อย่าคิดนะแก นี่น้องฉัน"
พลทำเสียงดุ
"ต๊าย อีนี่ไปเป็นน้องเป็นพี่กับเขาเมื่อไหร่ยะ ฉันแค่ชมย่ะ ไม่คิดจะแย่งของเพื่อนหรอก"
กายหัวเราะ
"นั่นล่ะ อย่าแม้แต่จะคิด"
"ค่า แม่พี่สาวแสนสวย"
"เป็นธรรมดา"
ทั้งสองเหน็บกันแต่หัวเราะอย่างสนุกสนาน กบไปสั่งอาหาร ส่วนเอกับพี่ป้อมเดินไปไกลตรงโขดหินถืออุปกรณ์ดำน้ำตื้นๆไปด้วย
"ดู เอมันรักแกมากนะ"
กายพูดกับผมเปรยๆลอยมากับลม ผมพยักหน้าแล้วมองตามหลังมันไป
"แกโชคดีนะโย ดูแกมีความสุขมาก มากกว่าตอนที่คบไอ้พี่ตั้มเสียอีก"
ผมไม่คิดอะไรได้แต่พยักหน้า คงจะจริงความสุขแม้เราจะปิดบังมันเอาไว้ไม่แสดงอาการออกมาแต่มันก็ยังล้นออกมาทางสายตาอยู่ดี พอกบกลับมาเราก็นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน อาหารมาพวกมันก็กินกัน ผมกับจ๋าก็เดินออกไปเล่นที่ทรายหาด คลื่นแรงซัดมาเป็นระรอก เกลียวคลื่นพัดน้ำมาโดนเท้าเรา
"พอกลับบ้าน พี่ป้อมว่าจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอว่ะแก"
จ๋าพูดขึ้นสายตายังมองไปที่ ทั้งสองคนที่กำลังดำผุดดำว่ายอยู่ใกล้ๆโขดหิน
"ก็ดีแล้วนี่แก จะได้หมดเรื่องกันเสียที"
"แกว่ามันเร็วไปไหม ไม่รู้สิ บางทีฉันก็ยังไม่อยากจะแต่งงาน"
จ๋ามองหน้าผมสายตามันยากเกินกว่าจะ เดาว่ามันต้องการอะไร แต่มันดูสับสนอย่างที่พูดจริงๆ
"ก็ถือว่าแต่ง เพื่อลูกแก พี่ป้อมก็ดูรักแกดีออก อย่าคิดมาก"
ผมปลอบ มันพยักหน้า คนที่เคยโสดเคยสนุกสนานกับเพื่อนไปวันๆ มันคงเป็นเรื่องธรรมดาปกติที่ยังไม่อยากมีอะไรมาผูกมัด แต่ก็ช่วยไม่ได้มันจำเป็นต้องทำ คบกันไม่นานก็จริงแต่ต้องรอถึงเมื่อไหร่ล่ะถึงจะตกลงปลงใจ บางคู่คบกันเป็นสิบปีแต่ก็ต้องเลิกรากันไปอยู่ดีถ้าอยู่ด้วยกันไม่ได้ มันก็คงจะเหมือนกันกับตอนที่รักกันแล้วแต่งงานกันเลย พออยู่ด้วยกันไม่ได้ก็คงต้องเลิกรากันเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็มีห่วงโซ่ทางใจต่อกันแล้ว คงตัดได้ยาก
เราเดินอยู่สักพักก็เดินกลับมานั่งกินน้ำมะพร้าว พวกพลกินข้าวเสร็จแล้วต่างก็พากันนอนอุตุอยู่คงจะเพลีย ผมกับจ๋านั่งคุยกันสักพักก็พลอยหลับไปด้วยเพราะลมที่พัดเป่าทำให้ง่วง
"ตัว เอง เค้าหิวข้าวอ่ะ"
เอมันเขย่าตัว ผมลืมตาขึ้น มันยืนตัวแดงอยู่ข้างหน้า
"หิวแล้วเหรอ ทำไมตัวแดงจังล่ะเอ"
"ไม่ รู้ แสบแล้วอ่ะ ครีมกันแดดตัวเองคงใช้ไม่ได้ผล"
"กี่โมงแล้ว"
ผมงัวเงียลุกขึ้นหันมองข้างๆ จ๋าไม่อยู่แล้ว พวกพลก๋เห็นเล่นน้ำกรี๊ดกร๊าดอยู่ริมหาด
"จะเที่ยงแล้ว"
มันนั่งลงกับพื้นเอาหน้าซุกมาที่แขน ผมเอานิ้วลูบหน้ามันที่เริ่มแดง
"เดี๋ยว ชวนเพื่อนๆก่อนนะ หิวมากไหม"
ผมถามน้ำเสียงห่วงใยมากที่สุด หน้ามันแดงแจ๋ตัวก็แดง
"ไม่มากอ่ะ เค้ากินขนมไปบ้างแล้ว"
มันโน้มคอมาหอมแก้ม ผมดันตัวมันไว้
"ตัวแดงแจ๋เลย แสบไหม"
"นิด หน่อย"
"ไปอาบน้ำก่อนไหม จะได้สบายตัวเดี๋ยวเอาเจลเย็นทาให้"
มันพยักหน้า ผมลุกขึ้นเดินออกไปบอกเพื่อน โดนแซวเหมือนเคย แต่ก็ไม่ได้อายแล้ว ผมเดินกลับมาหาเอ มันถือของแล้วเดินกลับเข้าห้องไป ผมให้มันไปอาบน้ำ พอเสร็จมันออกมาตัวล่อนจ้อน
"ไม่เช็ดตัวก่อนล่ะพ่อ"
ผมประชด เพราะหยดน้ำยังเกาะอยู่ตามตัว
"มาให้แม่เช็ดให้ไง"
"ไอ้นี่"
ผมคิดจะประชดมันแต่มันก็ไม่ยอมแพ้ ผมจึงต้องไปเช็ดตัวให้มัน พอหมาดก็เอาเจลเย็นที่เตรียมมาทาทั่วตัว เราเดินกลับมาที่เปล เห็นพลนอนเอกขเนกอยู่
"อ้าว แล้วพวกนั้นล่ะ"
ผมถามแล้วนั่งลง ข้างๆมัน
"ไล่ไปอาบน้ำแล้ว มันแย่งกันอาบน้ำ เออ แกอยากกินตำปูม้า หิวแล้ว"
พลบอก ผมก็เออออตามมัน
"เป็นไงเอ ตัวแดงเชียว ระวังนะเดี๋ยวตัวลอก ทาครีมหรือยังล่ะ"
"เรียบร้อยครับพี่ แฟนทาให้แล้ว"
"แหมนะ"
พลคงขี้เกียจจะกัดมันจึงเงียบไป สักพักจ๋ากับพี่ป้อมก็เดินออกจากห้องมาสมทบ พลกัดกับจ๋าตามปกติจนกายกับกบเดินเฉิดฉายออกมา มันจึงไปอาบน้ำเรานั่งคุยกันหัวเราะท้องคัดท้องแข็งเพราะกบเมาท์กระจาย ออกลีลาท่าทาง พอพลอาบน้ำเสร็จเราก็เดินไปหาร้านอาหารกินข้าวกัน ผู้คนนั่งอยู่เต็มหาดคงเป็นวันหยุดมีทั้งต่างชาติและคนไทยเอง ทั้งหาดจึงคราคร่ำไปด้วยผู้คน เรากินข้าวเสร็จก็มานั่งอยู่ที่เดิม คุยกัน นอน เพราะคงเพลียที่เล่นน้ำมา
"ตัวเอง มานั่งตรงนี้"
เอมันเรียกผมที่กำลังจะนั่งลงที่เปลอีกตัว แต่มันเรียกให้ไปนั่งเปลเดียวกับมัน ผมมองอยู่ตัดสินใจแต่ท่าจะลีลามากเดี๋ยวเพื่อนก็ได้ยินแซวอีก ผมจึงไปนั่งลงตรงหว่างขามัน พอนั่งลงอย่างยากลำบากมันก็คว้าเอวไปกอดทันทีเพื่อนมองแต่ก็ไม่แซวอะไร คงชินตาแล้ว ลมทะเลพัดอยู่ไม่ขาดสาย ไอแดดที่ลมพัดมากระทบกาย รู้สึกแสบร้อน เอมันหลับไปแล้ว ผมเองก็เผลอหลับไปบนตัวมัน
ตื่นมาอีกทีเพราะเอมัน ขยับตัว คงจะเหน็บกินเพราะผมทิ้งน้ำหนักตัวลงไปที่ตัวของมัน พอลืมตาขึ้นเห็นจ๋านั่งยิ้มให้ พี่ป้อมนอนอยู่ข้างๆ ส่วนพวกนั้นก็แยกออกไปเห็นยืนคุยกับผู้ชายอีกสองคนใต้ต้นหูกวางริมหาด
"นี่ แก เล่นวอลเลย์กันไหม"
พลเดินมาชวน จ๋ามองหน้า
"เอาสิ ไม่มีอะไรทำพอดี"
จ๋าพูดแล้วหันมามองผม ก็ดีเหมือนกัน ผมพยักหน้า แดดเริ่มร่มลงมากแม้จะยังร้อนอยู่ แต่ถ้ามาทะเลแล้วไม่มีกิจกรรมอะไรเลย ก็คงจะน่าเบื่อพอดู จ่าหันไปปลุกพี่ป้อม แต่ผมห้ามไว้เพราะคงเพลียจากการดำน้ำ ผมค่อยๆลุกจากเปลเพราะกลัวเอมันจะตื่น เราเดินไปที่สนามเขาขึงตาข่ายไว้แล้วเห็นตั้งแต่ตอนที่มาถึง ตอนนั้นมีคนเล่นอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คงร้อนเกินไปจึงไม่มีใครเล่น ผมอยู่ทีมเดียวกับจ๋า กบ และอีกคนที่เพิ่งรู้จัก ชื่อ ก้อง หรืออะไรประมาณนี้ไม่ได้จำเป็นเพื่อนที่พลกับกายไปสอยมาเมื่อคืน ส่วนพลกับกายอยู่อีกทีมกับเพื่อนใหม่อีกคน ชื่อ เป้ ฝั่งโน้นมีกันสามคนเพราะต่อให้ฝั่งเรา พอเริ่มเล่นก็ไม่เป็นอันเล่นเพราะทางฝ่ายเรามัวหัวเราะกบ ก็คุณนายเล่นบทนางงามเล่นวอลเลย์บอล กรี๊ดกร๊าดตลอดเวลา เราเล่นอยู่สักพักผมก็คอยแอบชำเลืองมองดูเอว่ามันตื่นหรือยัง เห็นมันนั่งดูเราเล่นอยู่ ยิ้มแฉ่งอยู่ไกล พอเล่นจนเหนื่อยก็เลิกเดินมาที่เปล
"เหนื่อยไหมคะ"
มันถาม แล้วยิ้มให้ ผมพยักหน้าแล้วมันก็ฉุดตัวผมลงไปนั่งทับมันเหมือนเคย มันหอมแก้ม
"น่ารักจังแฟนใครเนี่ย"
มันพูดแล้วซุกไซร้ท้ายทอย
"ไม่ เคยลดดีกรีความหวานเลยนะคู่นี้"
กายพูดแล้วนั่งลงข้างๆ
"อ้าว นี่แฟนโยเหรอ น่ารักนะ"
คนชื่อเป้พูดขึ้นแล้วมองแปลกๆ
"ใช่ คนมันน่ารักอ่ะนะ มันก็ต้องคู่กับคนน่ารัก"
พลพูดเสียงห้วน สายตามันขวางๆแปลก สักพักมันก็พาทั้งสองคนไปจากกลุ่มเรา มันเดินกลับมา
"แหม มึง อีตุ๊ด เมื่อคืนนี่ดูดกูไม่ปล่อย พอเจอผู้ชายหน่อยตาส่องประกายเชียว"
พลบ่นแล้วนั่งลงกระฟัดกระเฟียด
"แหมแก จะเอาอะไรกับพวกนี้ กินแล้วก็แล้ว ฉันยังไม่ซีเรียสเลย"
กายพูดขึ้นบ้าง ดูมันไม่ใส่ใจจริงๆ
"ฉันก็ไม่ได้ซีเรียสหรอก แต่แหมนะ คิดว่าคนอื่นเขาจะมองตัวเองทุกคนไป สวยตายล่ะอีห่า ฉันกินนี่เพราะเซี่ยนหรอก"
"อุ๊ย เมื่อคืนไม่ได้พูดแบบนี้นี่คะ ริต้าเปลี่ยนใจเหรอ เห็นเมื่อคืนบอกเจอแล้ว โดนใจ อะไรแบบนี้"
กบได้ ทีกัดพลบ้าง
"อ้าว อีนี่ เมื่อคืนฉันเมาโว้ย มืดๆก็รักทุุกคนนั่นล่ะ พอเจอแสง ก็งั้นๆ ชิ"
สรุปพวกมันสามคนก็ถกกันเอง เราได้แต่นั่งฟัง ไม่ได้รู้สึกหึงหวงอะไร ผมชวนเอกลับห้องไปตามหลังจ๋าที่ปลุกพี่ป้อมไปนอนต่อที่ห้อง
"เราน่าตาดีเนอะ คนมองกันใหญ่"
ผมเหน็บมันตอนเดินมาด้วยกัน
"หึหึ ไม่แปลกหรอกที่ใครจะมอง แต่ไม่มีใครได้ใจเค้าไปหรอก เพราะตัวเองเอามันไปแล้ว"
มันหัวเราะในลำคอแล้วกอดคอผม หัวใจพองโตขึ้นมาเขินเหมือนกัน พึงพอใจกับคำตอบที่ได้รับ
"บ้า ใจเธอก็อยู่กับเธอ ใครจะเอามันมาได้"
ผมตอบดำน้ำไป
"ได้สิ ก็ตัวเองไง เอามันไปหมดแล้ว ฝากใจไว้กับตัวเองนะ อย่าทำลายมันล่ะ"
มันยังคงพูดเสียงแจ่มใสอยู่ ผมไม่โต้ตอบแล้วเพราะกลัวตัวเองจะหัวใจวายตาย เพราะรู้สึกมันเต้นแรง เลือดสูบฉีดพลุ้งพล่านไปทั่วตัว พอถึงห้องมันก็ดึงตัวผมลงไปนอนกอด พรมจูบทั่วใบหน้า ไม่รู้ว่าการที่คนเรารักกัน การกระทำแบบนี้มันเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้น แต่พอผ่านไปสักพักมันจะยังคงอยู่แบบนี้ไหมนะ ผมมีความสุขมากในตอนนี้ แต่เอาเถอะคิดล่วงหน้าเกินไปในอนาคตที่เรามองไม่เห็นประโยชน์อะไรก็ไม่มี วางแผนอนาคตมันก็ดีอยู่ แต่ผมไม่คิดว่าจะวางแผนอะไรกับหัวใจ ไม่คิดจะทำให้มันเป็นดั่งที่ใจต้องการ เพราะตอนนี้ผมก็ได้เกินกว่าที่คาดหวังไว้อยู่แล้ว น้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหรือผลที่มันจะตามมา เราเผลอหลับไปทั้งคู่ สะดุ้งตื่นตอนที่กบมาเคาะประตูเรียก เหลือบดูนาฬิกา ตายจริงเกือบทุ่มแล้ว ผมร้องบอกกบว่าขออาบน้ำก่อน แล้วจึงปลุกเอลุกไปอาบน้ำ มันบังคับให้ผมอาบน้ำให้มันอีกแล้ว ตอนแรกผมก็ไม่ยอมแต่ก็ทนที่มันตื้อไม่ได้ จึงต้องอาบน้ำด้วยกัน พอเสร็จเราก็เดินไปสมทบเพื่อนๆ เราไปกินข้าวร้านใหม่ คราวนี้นั่งในร้านมีแอร์ คงจะเหนื่อยและร้อนกัน อาหารก็ยังเป็นอาหารทะเลเหมือนเคย พอกินเสร็จก็เดินกลับมารวมกันที่ห้องของพล เราจะเล่นไพ่กัน คนแพ้กินว็อดก้า กับเตกีร่า เล่นเอาผมหน้างอไปครู่ใหญ่ เพราะเล่นไพ่สลาฟทีไรผมเป็นคนแพ้ทุกที
"แกไม่กินเหล้าก็ยังมีตัวแทน นี่แกจะกลัวอะไร นังจ๋ามันก็กินไม่ได้มันก็ให้พี่ป้อมกินแทน"
พลกระเซ้า กบกับกายก็เห็นด้วย ผมมองหน้าเอ รายนั้นยิ้มรออยู่แล้ว เหมือนมันตกลงอะไรไว้กับพล ผมมองด้วยความหมั่นไส้
"บ้าเหรอแก เดี๋ยวเอมันเมา"
ผมค้าน
"เค้าไม่เมาหรอกตัวเอง"
"เห็น มะ เจ้าตัวเค้ายังไม่กลัว แกจะกลัวอะไร น่านะแก ปล่อยให้น้องมันสนุกบ้าง"
ผมขี้เกียจเถียง ตามใจก็แล้วกัน พอเมามาอย่ามางอแงใส่ก็แล้วกัน สรุปเราก็เล่นไพ่กัน เสียงหัวเราะสนุกสนาน ตาแรกกบแพ้ ตาสองจ๋า ตาสามถึงเป็นผม เอไม่รีรอมันคว้าแก้วว็อดก้าไปกระดกลงคอรวดเดียว ผมมองตาค้าง
"นี่เดี๋ยวก็เมาหรอก"
ผมทำตาดุ แต่มันทำตาหวานใส่ เราเล่นต่อจนดึก พี่ป้อมเมาลุกไม่ไหวแล้ว ทุกคนเมาหมด เว้นแต่ผมกับจ๋า ผมก็มึนๆนิดหน่อยเพราะช่วยเอกิน ส่วนรายของผมนั้นเมาแต่ก็พูดจารู้เรื่องอยู่ แต่พอให้ยืนลุกกลับห้อง หัวมันก็ขมำไป ผมต้องรีบคว้าไว้แล้วเอาแขนมันมาพาดบ่าลากกลับห้องอย่างทุลักทุเล
"เห็น ไหม บอกแล้วว่าอย่ากินเยอะ เป็นไงล่ะ"
ผมบ่น
"หือ อารายค้า ที่รัก เค้าม่ายด้ายมาววว ค้าววว มึนนเฉยๆ"
มันลากเสียงยานพูดอย่าง ลำบาก ผมได้แต่ถอนหายใจ
"ตัวเอง ค้าา เค้าาา อยากดูทะเล พา เค้าาา ปายหน่อยน้าา"
ผมพยายามจับใจความ พอรู้เรื่องก็ลากมันเปลี่ยนเส้นทางจากตรงกลับห้องไปยังหาด ผมพยายามพยุงมันเซหน้าเซหลัง จนสะดุดเท้ามันล้มลงทั้งสองคน มันนอนแผ่อยู่บนทราย ผมทับอยู่บนตัวมัน โอยเหนื่อย ผมดิ้นไปมาคงเวียนหัว ผมดึงตัวมันให้ลุกขึ้นนั่งแล้วไปอยู่ข้างหลังกอดมันมาจากข้างหลังเพราะกลัว มันล้มลงอีก
"เค้า รักตัวเองน้าา รักตัวเองมาก รู้หมายย"
มัน เพ้อ
"อืมม รู้แล้ว เวียนหัวไหม"
ผมกระซิบถามตรงข้างหู
"เค้า เวียนหัวอ่า เค้าเวียน ตัวเอง จุ๊บ เค้าหน่อยสิค้าา ตัวเอง"
มันทำท่ายังกับเด็กเอามือป่ายไปมา ผมต้องหอมแก้มมัน
"เค้าเกิดมา ม่ายเคยร้ากครายเท่าตัวเองเลย ร้ากตัวเองมากน้าา"
เสียงมันเริ่มหาย แหบแห้งขึ้นทุกที
"ตัวเอง ตัวเอง อย่าทิ้งเค้าน้าาา ตัวเอง ร้ากเค้าให้มากๆ น้าา"
ผมแอบอมยิ้ม เวลามันลากเสียงยาวแล้วตลกดี ผมกอดมันอยู่อย่างนั้น มันก็เพ้อไปเรื่อย ลมทะเลพัดโดนตัวความเย็นของลมตอนกลางคืนทำให้ผมรู้สึกค่อยยังชั่ว สักพักผมก็พยุงมันกลับห้อง มันก็คงรู้สึกดีขึ้น พอกลับมาถึงห้องมันก็อ๊วกพุ่งทันที ผมลากเข้าห้องน้ำถอดเสื้อผ้ามันออกแล้วเปิดน้ำฝักบัวรดตัวมัน แล้วก็ออกไปเช้ดอ๊วก ผมกลับเข้าไปมันดิ้นพรวดพราด
"ตัวเอง ที่ร้าก ปายหนาย ที่รัก ปายหนาย ไม่อาว ม่ายอยู่คนเดียว จะอาวที่ร้าก"
มันคว้าลม ผมต้องเข้าไปกอดไว้แล้วลูบตามหลัง สรุปผมก็ต้องเปียกไปด้วย ผมใช้ความพยายามอย่างมากในการอาบน้ำให้มัน เพราะมันคอยปัดป่ายมืออก มันจะกอดท่าเดียว ดุก็แล้วไม่มีฟัง มันนั่งกับพื้นดิ้นพรวดๆยังกับเด็กๆ อาบเสร็จผมก็ลากมันออกมาดันตัวให้ติดกำแพงไว้ แล้วเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ด กว่าจะเสร็จจากอาบน้ำเย็นๆผมเหงื่อออกเลย ผมใส่เสื้อผ้าให้มันแล้วให้มันนอน ผมก็หันมาจัดการกับตัวเอง เอาเสื้อผ้าออกไปตากทำความสะอาด จึงได้นอน พอล้มตัวลงมันก็คว้าไปกอด ครางอยู่ในคอ ผมต้องลุกไปเปิดน้ำในตู้เย็นแล้วพยุงให้มันลุกขึ้นกรอกเข้าปาก กว่าจะหลับได้ ผมแทบแย่
ผมตื่นขึ้นเกือบเก้าโมง แต่เจ้าตัวดียังนอนอยู่ ผมเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวแล้วอาบน้ำ ออกมามันก็ยังไม่ตื่น ผมจึงเดินออกไปที่ทานอาหารเช้าเห็นจ๋านั่งอยู่คนเดียวหน้ามุ่ยอยู่
"เป็น ไงแก ตื่นยัง เอน่ะ"
จ๋าถาม หน้ายังงออยู่
"ยัง พี่ป้อมล่ะ"
"โอ๊ย รายนั้นสลบไปแล้ว เขย่าให้ตายก็ไม่ตื่น พี่ป้อมเค้าไม่ค่อยกินเหล้า พอกินนี่หมดสภาพเลย"
จ๋าบน
"ของฉันก็เหมือนกันล่ะ เมื่อคืนก็อ๊วกแตก กว่าจะนอนดิ้นทุรนทุราย แล้วพวกบ่างช่างยุล่ะ ตื่นสักตัวหรือยัง"
"ฝันไปเถอะ คงนอนตายอยู่ในห้องนั่นล่ะ"
เรา คุยกันสักพักก็กินข้าวก่อน ผมสั่งผัดซีอิ๊วให้ไปส่งให้ที่ห้อง เดินไปร้านขายของซื้อน้ำส้มมากล่องใหญ่ เดินกลับห้องไปเอมันยังไม่ตื่น ผมไปเขย่าตัวมัน
"เอ ตื่นมากินอะไรก่อน เอๆ"
ผมเขย่ามันงัว เงียตื่นขึ้น ตาแดง มันคว้าตัวผมลงไปกอด เอาหน้าซุกลงกับอก
"มากินอะไรก่อนนะ เดี๋ยวค่อยนอนต่อ"
ผมพูดเสียงเบา อ่อนโยนเพราะถ้าดุมันไปเดี๋ยวไม่ยอมกินอีก
"อืม"
มันยอมลุก ขึ้น ตาปรือแดงก่ำ
"เค้ามึนหัวอ่ะตัวเอง ปวดหัว"
"อืม กินข้าวก่อน แล้วกินยาแก้ปวด เดี๋ยวค่อยนอนต่อนะ"
ผมพูดกึ่งปลอบ มันยิ่งอ้อนให้ป้อนให้อีก ซวยไปเลยผม ต้องป้อนมัน พอกินเสร็จผมก็ให้มันกินน้ำส้มไปสองแก้ม กินยาพาราอีกสองเม็ด ให้นอนต่อแต่มันก็จะกอดท่าเดียวผมก็เลยจำใจต้องนอนต่อ สรุปผมเองที่หลับก่อนมัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น