วันเสาร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2553

Boy's Story ให้รักนำทางใจ ตอน 37

ความจริงพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมีขึ้นหลังปีใหม่ไม่กี่ วัน เราทำเรื่องรับไม่ทันจึงต้องเลื่อนไปรับปีการศึกษาหน้า ผมไม่ได้เครียดอะไรเพราะทุกวันนี้ผมก็มีงานประจำทำอยู่แล้ว ตอนนี้ไม่คิดที่จะออกไปหางานใหม่ เพราะอยู่กับพลก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างหัวหน้าผม พี่ภานั่นเองแกดูรักผมมากเหมือนกัน ยิ่งทำงานด้วยกันยิ่งรู้สึกว่าพี่ภาเองไว้วางใจผมมาก ผมจึงยังไม่อยากจะไปไหน อาทิตย์กลางเดือนมกราคม เราชวนกันไปเที่ยวสะเม็ดกัน มีจ๋า พี่ป้อม กายกับกบ พลแล้วก็ผม ถือว่าไปพักผ่อนอีกอย่างไม่ได้เที่ยวแบบเพื่อนๆมานาน

"เออ แก ไม่ชวนน้องเอไปด้วยล่ะ"

พลถามขึ้นตอนทานข้าวกลางวัน

"ไม่เอา หรอกอยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆ เอามันไปเดี๋ยวก็กวนโมโหอีก"

ผมตอบอ้อม แอ้ม ความจริงอยากชวนมันไปด้วย แต่ก็เกรงใจเพื่อนๆ

"โอ๊ย จะอะไรมากมายแก ทีนังจ๋ายังเอาผัวไปเลย ทำไมแกจะพาผัวไปด้วยไม่ได้"

พล ทำเสียงสูง

"ไอ้บ้า เบาๆหน่อย คนมอง"

ผมปรามมันเพราะพลขึ้น เสียงสูงปรี

"
พาน้องมันไป ล่ะแก ไม่รู้ล่ะ เพราะฉันโทรชวนน้องมันเรียบร้อยแล้ว แกรอปฎิเสธมันเองละกัน"

"อ้าว แก โห เล่นแบบนี้เลยนะ"

"ช่วย ไม่ได้ ก็น้องเอ ขอให้เป็นพี่เลี้ยงให้นี่"

"เออ เข้ากันดีนักนะ"

ผมงอนประหลับประเหลือก

"แหม แก น้องมันรักแกมากขนาดนั้นน่ะ พาๆมันไปเปิดหูเปิดตาหน่อยเถอะ ถือว่าไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์"

"บ้า"

ผมรีบกินข้าวแล้วลุกทันที ปล่อยให้พลมันจ่าย สรุปทั้งบ่ายมันก็ล้อผมจนเลิกงาน พอเลิกงานผมก็รีบกลับบ้าน เพราะนัดกับไอ้ตัวดีไว้ที่เมเจอร์เอกมัย ถึงเกือบห้าโมงครึ่ง มันนั่งรอในร้านฟาสต์ฟู๊ด หน้างออยู่ เพราะเห็นหน้าผมปกติมันจะยิ้มร่าแต่ไกลแต่วันนี้แปลก ทำเชิดใส่ ผมเดินเข้าไปหา

"รอนานไหม"

ผมถามแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามมัน

"หึ ตัวเองจะไปไหนเหรอ วันศุกร์นี้น่ะ"

มันถามแต่ทำหน้า มู่ทู่ใส่

"ทำไมเหรอ ว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อนๆ"

"ทำไมไม่ชวน เค้า"

มันยังทำหน้างอใส่ ผมก็ทำหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่อง

"ก็ว่าจะชวนอยู่"

"งั้นเค้าไปด้วยนะ"

"แต่ฉันไปกับเพื่อนๆนะ"

ผมยังลังเล เกรงใจเพื่อนด้วยประการสำคัญ

"แล้วไงอ่า ก็พี่พลชวนเค้าแล้วอ่ะ ตัวเองล่ะไม่ยอมชวน งอนนะเนี่ย"

เออนะบทคุณชายจะทำตัวเป็นเด็กก็เป็นเด็กไปเลย

"อืม งั้นไปด้วยกันไหมล่ะ"

ผมพูดออกไป มันยิ้มแฉ่งทันที ผมรู้สึกหมั่นไส้มันขึ้นมา

"น่ารักที่สุด เลย แฟนเค้า ดีใจจังจะได้ไปเที่ยวทะเลกับแฟน"

มันเอาหน้ามาใกล้ๆ ผมผลักหน้ามันออกเพราะคนเยอะ แม้ผมจะชินกับอากัปกริยาของมันแต่ก็ยังมียางอายอยู่

"แล้ววันนี้จะทำ อะไร"

"ก็ว่าจะชวนตัวเองกินโออิชิ"

"รวยเนอะ"

ผมประชด

"เค้าไม่รวย แต่ให้ตัวเองล่ะจ่าย"

"อ้าวนะ อยากกินก็จ่ายดิ เลือกกินแต่ละอย่าง"

"อ่า งั้นกินก๋วยเตี๋ยวก็ได้"
มันทำเสียง เศร้า โอย นี่ผมโดนเด็กอ้อนต้องจนหนทางแล้วหรือนี่ ผมยอมพามันไปกินโออิชิ ชาบู ชั้นสอง ตอนแรกมันไม่ยอมไปเพราะบอกว่าเปลือง ดูบทมันจะพูดยากแต่ผมก็ดุเอามันถึงยอม พอกินเสร็จมันก็ไปส่งที่บ้านถึงบ้านราวๆสองทุ่มครึ่ง ผมรีบไล่มันให้กลับบ้าน เพราะยิ่งอยู่นานผมเป็นอันไม่ต้องทำอะไรพอดี แม้ในใจอยากจะอยู่กับมันแต่ก็ต้องยอมไล่มันไป

บ่ายวันศุกร์เราขอพี่ภาเลิกงานก่อน ซึ่งรายนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลยให้เงินสมทบทุนการเที่ยวมาอีกต่างหาก ผมกับพลแวะรับเอที่เมเจอร์ รายนี้ก็โดดเรียนช่วงบ่าย พอถึงเมเจอร์เอยืนรออยู่ที่ข้างหน้าแล้ว มันใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดใส่หมวกแก๊ปกับแว่นดำ สะพายเป้ จุดรวมตัวคือบ้านผมเพราะกายมันจะเอารถโฟร์วิลไป จ๋ากับพี่ป้อมก็กำลังออกจากบ้าน เราถึงบ้านตอนบ่ายโมงกว่าๆ พลขึ้นไปอาบน้ำผมก็เก็บของใส่เป้ระหว่างรอพลอาบน้ำ ไอ้ตัวดีก็หาอะไรกินในครัว สักพักพี่ป้อมกับจ๋าก็มาถึง พลก็ลงไปคุยด้วย ผมก็อาบน้ำพอเสร็จกายกับกบก็มาพอดี

"นี่แวะซื้อของที่คาร์ฟูลก่อนนะ แก"

กายบอก

"อืม พลแกไปเอารถมาจอดในบ้านไป"

ผมบอก

"แล้ว รถแม่ล่ะแก"

"ไม่เป็นไร บอกแม่แล้ว คงจอดข้างนอกไม่เป็นไรหรอก"

กว่าเราจะออกจากบ้านก็บ่ายสองเกือบครึ่ง แวะซื้อของที่คาร์ฟูลก่อน ใช้เวลาไปนานพอสมควรเพราะมัวแต่คุยกัน พอได้ของครบก็ได้ฤกษ์ออกจากกรุงเทพฯเสียที ดูเอมันไม่คะเขินเลยกับเพื่อนๆ คุยตอบรับอย่างสนุกสนาน พี่ป้อมเองที่เป็นฝ่ายเงียบ คุยบ้างแต่ก็ไม่มาก พี่ป้อมชอบคุยกับเอเพราะเหมือนจะคุยกันรู้เรื่องที่สุด แล้วก็นัวเนียอยู่กับจ๋า ผมไอ้ตัวดีกบ นั่งเบาะหลังสุด จ๋ากับพี่ป้อมนั่งตรงกลาง พลนั่งคู่กาย

"ต๊าย ฉันได้ข่าวคืนนี้มีปาร์ตี้นะยะแก เตรียมหางปลามาหรือเปล่ายะ"

กบทำเสียงดัดจริตเหมือนเคย

"ปาร์ตี้อะไรแก"

ผมถาม

"ก็ปาร์ตี้เกย์ในยะ"

"หือเสม็ดเนี่ยนะ"

"โห โย แกไปอยู่ไหนมา เดี๋ยวนี้เขาแบบออกหน้าออกตา ในเวบเขาชวนกันโครมๆ"

กายพูดขึ้นมาบ้าง

"คนเยอะแน่เลย"

จ๋าหันมาพูดบ้าง

"จะสนทำไมล่ะยะเรา สวยนี่"

กบพูดสร้างเสียงหัวเราะได้ทั้งคันรถ

"จ้า แม่สวยไม่เสร็จ เป็นนางงามอะไรนะแกน่ะ นางงามสันเขื่อนลำตะคองใช่ไหม"

พลหันมาแขวะ

"ว้าย นังพล อย่างฉันน่ะ สวยมีตำแหน่งนะยะ หล่อนล่ะ นางงามกาชาด แจกฟรีค่า"

"อี นี่"

เอหันมามองหน้าผม ดูมันงงๆ ไม่เข้าใจ ผมยิ้มให้

"น้องเอ ขา นางงามกาชาดอย่างพี่พลน่ะ เขาได้ตำแหน่งมาเพราะแจกฟรีไงคะ ให้ผู้ชายเอาฟรีๆ"

กบอธิบาย

"แล้วมีอะไรกันต้องได้อะไรตอบแทน ด้วยเหรอพี่"

มันยังทำหน้างง

"โอ๊ย อินโนเซนต์จริงๆ ผัวแกนี่โย"

"บ้า ก็น้องมันไม่รู้แก อย่าใส่ใจเลยเอ"

จ๋าหันมาบอกเอ ผมมองหน้าเอแล้วพยักหน้าให้มันสนใจมากนักเดี๋ยวเสียเด็กพอดี

"ก็ไม่ได้ อะไรหรอกเอ มีอะไรกันสนุกๆ พี่ไม่ซีเรียส แต่พี่กบเขาน่ะ ชอบแจกชอบแถมทองผู้ชาย"

พลพูดแล้วก็หัวเราะ เสียงกบกรี๊ดดังลั่น มันยิ่งทำหน้างง ผมจับมือมันไว้แล้วส่ายหน้าไม่ให้ฟัง ผมเอื้อมไปเอากระปุกมันฝรั่งทอดมาให้มันกิน

"แหม หวานกันเชียวนะยะ มีคู่รักมาตั้งสองคู่ แล้วเราล่ะเธอ"

กบแซว

"ฉันก็ไปหาเอา ข้างหน้า แต่หล่อนน่ะ น่าจะเป็นตัวประกอบ ไม่มีบทพูด อาจจะหายากหน่อยนะ ผู้ชายที่ชอบหน้าตาเถื่อนๆน่ะคงเหลือน้อยแล้วล่ะแก"

กายกัดบ้าง แล้วพลกับกายก็หัวเราะชอบใจ ผมเองก็อมยิ้ม เอทำหน้ามีเครื่องหมายคำถามอยู่บนหน้ามันอีกแล้ว ผมได้แต่ส่ายหน้าไม่ให้มันรับรู้ ระหว่างทางมันกอดเอวผมไว้ตลอดเวลา ผมเองก็จับต้นขามันบ้าง สลับกับจับมือมันบ้าง ตอนแรกกบแซวก็เขินๆเพื่อนอยู่เหมือนกัน แต่เอาไปเอามาเลยปล่อยเลยตามเลย เสียงคุยกันสนุกสนานตลอดทาง พี่ป้อมคุยบ้างเพราะโดนแง้มปากให้พูดจากกบและกาย ส่วนพลไม่ค่อยคุย มันยังตึงๆอยู่

เราถึงบ้านเพเกือบหกโมงเย็น พอถึงก็รีบไปฝากรถ โชคดีที่กายมีญาติทำรีสอร์ทอยู่ที่นี่ แต่คนละหาดกับที่เราจะไป แต่เขาก็จัดการเรื่องที่พักให้หมดแล้ว รอแค่ไปจ่ายเงิน เรานั่งรอเรือไปส่งที่เกาะอยู่พักเดียว แสงแดดยามเย็นช่างงดงามเหลือเกิน น้ำเป็นฝืนทองส่องประกายระยับกระเพื่อมไปมา ท้องฟ้าเปิดไม่มีเมฆสักก้อน อาทิตย์กำลังจะอัสดงอยู่ทางฝั่งตะวันตก แสงแดงส้มฉาบท้องฟ้าฝั่งนั้นงามดังภาพวาด ผมมองดูด้วยจิตใจที่เป็นสุข เอเข้ามากอด

"ชอบไหมคะ"

มันกระซิบถาม ผมพยักหน้า

"ต๊าย จะหวานไปไหนยะ เห็นใจกันบ้าง"

กบแซวเสียงดัง

"อีมารหัวขน คนมันจะสวีทกันไปกวนเขาทำไม มาถ่ายรูปให้ฉันนี่"
 
พลแว๊ดใส่ ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ กบหันไปโพสต์ท่าถ่ายรูปอย่างสนุกสนาน บนเรือมีคนอยู่เยอะเหมือนกัน ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มีเกย์อยู่กลุ่มใหญ่แต่อยู่อีกฟากของเรือ เห็นกายกับพลเหล่ๆอยู่

"มา แกถ่ายรูปให้"

พลบอกแล้วกดชัตเตอร์ทันที ผมยังไม่ทันตั้งตัวสายตายังเคลิ้มมองริมขอบฟ้าเอมันก็คลอเคลียอยู่ซอกคออยู่เลย

"เอ้ย เดี๋ยวสิแก"

ผมร้อง ยังไม่ทันตั้งตัว พอตั้งหลักได้จึงค่อยถ่ายรูป พอถ่ายเสร็จเอก็ขอดูรูปที่ถ่ายไป

"สวยไหมเอ เหมือนคู่รักที่เพิ่งแต่งงานมา ฮันนีมูนกันเลยใช่ไหม"

พลถามเอ มันทั้งสองยิ้มอย่างพอใจ ผมขอดูบ้าง ฉากหลังเป็นห้วงน้ำทะเลกว้างไกลส่องประายสีทองระยิบ แม้นดวงตะวันที่ลับขอบฟ้าไปแล้วยังทิ้งแสงสีแดงส้มสดเป็นฉากหลัง ผมมองออกไปไกลแสนไกล เอหลับตาแต่หน้าซุกอยู่ซอกคอผม สวย องค์ประกอบของภาพสวยทีเดียว ผมแอบอมยิ้ม

"เดี๋ยวเอาไปใส่กรอบด้วยนะ เอ เป็นภาพแต่งงานได้เลยนะเนี่ย"

พลแซว เอยิ้มเขินๆแล้วกดดูภาพอื่นๆ เราถึงเกาะตอนเกือบทุ่มมืดแล้ว เรานั่งรถสองแถวไปหาดทรายแก้ว จองบังกาโลไว้สามหลังแต่เดี๋ยวนี้เขาทำใหม่หมดเป็นแนวรีสอร์ต ภายในห้องก็ตกแต่งเหมือนโรงแรม ตอนแรกผมจะไปนอนกับพลแล้วให้เอมันนอนด้วย แต่พลไม่ยอมให้ผมอยู่กับมันสองคน ส่วนตัวมันเองไปนอนกับกายและกบ จ๋ากับพี่ป้อมอยู่หลังถัดจากผม พอเช็คอินเสร็จก็เอาของไปเก็บ นัดกันสองทุ่มครึ่งที่หน้าบังกาโล หลังที่ผมอยู่ทาสีฟ้าอ่อนสดใส ในห้องก็มีเตียงอยู่เตียงเดียว ผมเดินเข้าไปดูห้องน้ำ มีน้ำอุ่นด้วย เอมันทิ้งเป้ลงข้างเตียงแล้วกระโดดลงไปนอนบนเตียงทันที

"ไปอาบน้ำสิ เดี๋ยวจะได้ออกไปกินข้าว"

"ยัง ตัวเองมานี่หน่อยสิ"

"อะไร"

ผมถามแต่ก็เดินไปหามัน มันลุกขึ้นมาดึงแขนผมลงไปกอดทันที

"ไม่เอา ไปอาบน้ำ"

ผมขัด

"น่า มากอดหน่อย ไม่ได้กอดทั้งวันอยากกอดจะแย่อยู่แล้ว"

"บ้าเหรอ นั่งกอดมาทั้งวัน ยังไม่พออีกเหรอ"

ผมตอบมันเขินๆ

"ไม่ใช่กอดแบบนั้นนี่ กอดตัวเองน่ะไม่รู้จักพอหรอก มามะ ชื่นใจหน่อย"

มันหอมฟอดใหญ่ ผมยอมแต่โดยดี

"ตัวเอง คราวหลังเรามาเที่ยวกันสองคนเนอะ จะได้สวีทกันได้เต็มที่"

มันพูดแล้วจูบ ลมหายใจร้อนแรงผ่านเข้าปอดผม ผมจูบตอบ อยากจะจูบมันเหมือนกัน เราจูบดูดดื่มกันอยู่นานพอสมควรแล้วก็นอนกอดกัน

"ไปอาบน้ำด้วยกันดี กว่า"

มันพูดแล้วดันตัวลุกขึ้น

"บ้าเหรอ ไม่เอาหรอก อาย"

"โห จะอายอะไรคะ เค้าเห็นของตัวเองทุกส่วนแล้ว"

มันเอาจมูกมาไซร้ที่ แก้ม

"ไม่เอา ไม่ชอบ"

ผมหน้าแดงอายม้วนไป

"ไม่เป็นไร นะคะ เนี่ย เดี๋ยวเค้ากอดตัวเองไว้ตลอดเวลาจะได้ไม่อายไง"
 
มันพยายาม ตื้อ แล้วถอดเสื้อมันออกทันที

"เอ้ย ไม่เอา เธอไปอาบก่อนเถอะ"

"ไม่ เอา อาบด้วยกัน นะคะ คนดี"

มันกอดผมแน่นขึ้น พยายามถอดเสื้อผมออก ตอนแรกก็ขัดขืนเอาไปเอามาตัวผมล่อนจ้อน ผมเอาเสื้อที่ถูกมันถอดกองไว้ปิดของสงวนไว้ ไม่รู้ทำไมอายมันจังเลย ส่วนมันเองพอถอดของผมได้มันก็รูดของตัวเองออกรวดเดียว ตัวมันล่อนจ้อนเหมือนกัน ผมอายหน้าแดงเพราะน้องชายมันชี้โด่

"มาเค้า กอด ตัวเองจะได้ไม่อาย"

มันฉุดตัวผมไปกอด น้องชายผมเองก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน อายนะแต่ยิ่งอายมันก็ยิ่งสู้ไม่ได้อายเหมือนเจ้าของมันเลย หน้าท้องผมแนบกับน้องชายมันพอดี ยิ่งมันกอดแน่นผมก็ยิ่งหน้าแดงเพราะหน้าท้องมันเสียดสีกับน้องชายมันโดยตรง มันพยุงผมเข้าไปในห้องน้ำ

"แล้วเครื่องอาบน้ำล่ะ"

ผมถามเสียง สั่น

"เอ้อ ลืมไปเลย เดี๋ยวเค้าออกไปเอา"

มันพูดจบก็เดินออก ไปจากห้องน้ำทันที

"อยู่ไหนอ่ะคะตัวเอง"

มันร้องถาม

"อยู่ ในเป้ ถุงพลาสติกน่ะ"

ผมร้องออกไปแล้วเปิดน้ำให้มันอุ่นพอดีรอมัน

"มา แล้ว คิดถึงเค้าไหม"

มันเดินกลับเข้ามาแล้วกอดผมจากข้างหลัง โอยจะบ้าตาย เพราะน้องชายมันสีอยู่ตรงร่องก้นผมพอดี มันดันตัวผมเข้าไปในฝักบัวที่รดลงมา พอตัวโดนน้ำมันก็ไซร้ซอกคอทันที

"เอ๊ะ ไม่เอา รีบอาบ"

ผมสะดุ้ง

"จะรีบไปไหนคะ ให้เค้าชื่นใจหน่อย ไม่ไหวแล้ว"

ผมยืนนิ่ง ทำไมใจมันเต้นแรงอย่างนี้นะ ยังไม่รู้จักชินเสียทีเวลาที่โดนมันสัมผัส มันเอามือจับหน้าผมให้เอี้ยวมาหามัน จูบที่เร่าร้อนผมเองก็ระเริงไปกับรสจูบของมัน ปรารถนาในตัวมันมากเพียงนี้เชียวหรือ ผมถามตัวเอง ยิ่งสัมผัสกายยิ่งใจเต้นแรง ยิ่งจุมพิศแต่ไม่รู้สึกพอไม่รู้สึกอิ่ม ความปรารถนาแรงกล้าร้อนแรงไม่แพ้กัน ไฟรักที่สุมอยู่ในอกผมมันปะทุ ไม่ขัดขืนแต่ทำด้วยความเต็มใจ ทำด้วยความรักที่เต็มเปี่ยมหัวใจ เสียงกระเส่าดังเป็นระยะ

มันจูบผมเนิบนาบเนิ่นนานแล้วกอดไว้ในอกมัน ท่ามกลางสายน้ำที่เป็นฝอยอุ่นๆรดลงมาตัวเราทั้งสองจนเปียกโชก มันลูบผมเอามือปาดน้ำออกจากหน้าของผม

"รักตัวเองจัง ยิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งรัก"

มันกระซิบ ผมยิ้มจูบคอมันเบาๆเพราะตัวสูงแค่นั้น เรากอดกันอยู่เนิ่นนานจนผมต้องเตือนว่าควรจะรีบอาบน้ำได้แล้ว ตัวเริ่มเหี่ยวแล้วเพราะโดนน้ำนาน ผมถูหลังให้มันโดยยังกอดหันหน้าเข้าหากันอยู่ มันเองก็ทำให้ผม

"ทำไม ไม่ยอมลงสักทีล่ะ"

ผมพูดแล้วยิ้ม เพราะน้องชายมันยังโด่อยู่

"ไม่รู้เหรอ เวลาอยู่กับตัวเอง มันไม่เคยลงเลย อิอิ"

"บ้า"

ผมให้ มันนั่งลงแล้วสระผมให้รีบอาบให้มันก่อน แล้วให้มันออกไปเช็ดตัวข้างนอก พอจัดการกับมันเสร็จผมก็จัดการกับตัวเองบ้าง เสร็จก็ออกไปเห็นมันนอนเอกเขนกอยู่ยังไม่ใส่เสื้อผ้า

"มาทาครีม หน่อยสิเอ เดี๋ยวตัวแห้งนะ"

ผมเรียกมันมาทาครีม

"ไม่เอาอ่ะ เหนียว"

"มาเดี๋ยวทาให้"

พูดแค่นี้มันก็ลุกขึ้นมาทันที สลัดผ้าเช็ดตัวออกจากร่าง

"แหม ไหนบอกเหนียว"

ผมประชด

"ตัว เองทำให้นิ เหนียวก็ยอม"

ผมยิ้มให้มัน แล้วหยิบขวดโลชั่นมาเทใส่มือลูบไปตามตัวมันอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าทำช้าเนิบนาบกลัวมันจะเปลี่ยนใจเป็นอย่างอื่นก่อน พอเสร็จผมก็ให้มันใส่เสื้อผ้า ส่วนผมก็จัดการกับตัวเอง ผมใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืด ส่วนมันใส่กางเกงเล กับเสื้อบาสเหมือนเคย

"ไม่ใส่กางเกงในล่ะ ยิ่งไม่ยอมลงง่ายๆอยู่"

ผมทักเพราะเห็นมันสวมกางเกง เลเลยไม่ยอมใส่กางเกงในเป้ากางเกงยังตุงๆอยู่

"ไม่เอาอ่ะเดี๋ยวก็มานอนแล้ว ขี้เกียจ"

"ไม่ได้ เดี๋ยวผิดสังเกตุ เดี๋ยวค่อยถอดตอนนอนสิ"

ผมทำเสียงดุ

"อ่า ได้ คร้าบบ ภรรยา"

"ไอ้บ้า เร็วๆ เพื่อนๆรอแล้วนะ จะสามทุ่มแล้ว"

ผมเร่งเพราะเหลือบดูนาฬิกาบอกเวลาหน้าจอโทรศัพท์ พอมันเปลี่ยนใส่กางเกงในเสร็จแล้วเราก็ออกจากห้อง พอเดินมาหน้าบังกะโลก็เห็นทุกคนรออยู่พร้อมหน้า

"ต๊าย แก มันได้ทำอะไรกันอยู่แล้วล่ะค่า อย่าเพิ่งรีบทำนักเลย ฉันหิว กว่าจะมา ฟาดพี่เขาไปกี่รอบล่ะน้องเอ"

กบลากเสียงยาวแซวมาแต่ไกล ผมเขินหน้าแดงอีกแล้ว

"อี นี่ หล่อนจะไปยุ่งอะไรกับมัน รอนิดรอหน่อยจะตายเหรอ แหมเห็นรีบอาบน้ำออกไปเดินเช็คเรตรอบนึงแล้วนี่ เป็นไงยะ เรตติ้งตกฮวบฮาบ"

พลกัดแล้วหัวเราะ

"อ๊าย อีนี่ อย่างฉันนะไม่มีทางเรตติ้งตก ผู้ชายมองกันตรึม ไม่อยากบอก ไม่รู้จะเลือกคนไหนดี"

"จ้า อีสวย"

กายลากเสียงคำว่าสวย ผมเดินเข้าไปหาจ๋า มันยิ้มให้ ท้องจ๋าไม่โผล่ให้เห็นเลยว่าท้องยังปกติ มันใส่ยีนส์ตัดขา ส่วนพี่ป้อมที่ยืนอยู่ข้างๆใส่กางเกงขาสั้นสบายๆ

"ดูมันแต่งตัวสิ จะไปยั่วส้นตีนใครเหรอ อีกบ"

พลยังกัดไม่เลือก กบใส่กางเกงขาสั้นจู๋แล้วมีผ้าบางๆสีม่วงสดมัดอีกที ใส่เสื้อสีชมพูแจ๋รัดติ้ว ทุกสีที่อยู่บนร่างกายมันตัดกับสีผิวเป็นอย่างดี

"อีนี่ เทรนใหม่นะยะ เชยนะหล่อน เอ๊ย ไปกินข้าวเถอะ ฉันหิว จะได้ออกไปล่าผู้ชายเสียที"

มันรีบเปลี่ยนเรื่องเพราะรู้สึกว่าจะสู้ รบปรบมือกับกายและพลไม่ได้

"เออ หิวแล้วเหมือนกัน พวกแกอย่ามัวมากัดกันอยู่เลย น่ารำคาญ"

จ๋าบ่นแล้วทำหน้างอ

"อ้าว อีชะนีนี่"

ทั้งสามคนร้องพร้อมกันถลึงตาใส่จ๋า ผมต้องกระแอมพวกมันถึงยอมลง

"ไปกันสิแก หิวแล้วเหมือนกัน ดีนะที่พวกเราไม่มีใครแพ้อาหารทะเล"

ผมพูดเบื่ยงประเด็นออกจากจ๋า มันคงจะหงุดหงิดตามประสาคนท้อง เราเดินไปตามหาดแวะเข้าร้านพลอยทะเลเพราะเห็นที่นั่งน่าสนใจดี เขาเอาเสื่อปูกับพื้นทรายรอบโต๊ะเตี้ยๆแล้วมีหมอนสามเหลี่ยมลูกโตวางอยู่รอบโต๊ะให้หนุนเวลากินข้าว เข้าใจทำ พอได้ที่นั่งก็สั่งกันใหญ่ เอมันก็สั่งกั๊งเผา

"ตัวเองกินหอยสามสหายเผาไหม"

มันหันมาถาม

"มีหอยอะไรบ้างล่ะ"

ผมยื่นหน้าไปดูรายการอาหารในมือมัน เสียงโห่ร้องของเพื่อนก็ดังขึ้นทันที

"โอ๊ย หวานซะ นังจ๋าแพ้ไปเลยนะแก"

กายเป็นคนเริ่ม

"นั่นน่ะสิ เพิ่งรู้นะว่าโยมันก็หวานเป็น"

จ๋าพยักเพยิดตาม ผมอายแต่ก็ไม่มากนักดีดตัวหน้าออกจากมัน

"โหพี่ นี่คุยกันธรรมดานะ ถ้าอยู่สองต่อสอง พวกพี่ไม่คิดว่าเลี่ยนเลยเหรอ"

เอมันพูดเสียงดังแล้วยิ้ม ผมยิ่งอายตีแขนมันเบาๆแล้วพยายามจะขยับตัวออกห่างจากมัน แต่ก็ช้าไปมันคว้าเอวผมไว้แล้วดึงเข้าไปแนบอกแล้วหอมแก้ม เอาเข้าไป ผมไม่รู้จะทำอะไรดีนอกจากนิ่ง เพื่อนก็แซวสนุกสนาน เอก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน แต่ภายใต้ความกระดากอาย มันคือความสุขเปี่ยมล้นใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น