วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

Boy's Story ให้รักนำทางใจ ตอน 34

ตอนนี้ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้วเว้นเสียเสียงของหัวใจ ไม่รู้ว่าของผมหรือของมันแต่ผมอยากจะกอดมันอยู่อย่างนี้ น้ำตายังคงไหลออกมาจากสองตา อิ่มใจ สุขใจ ปลื้มใจเหลือเกิน


"ร้องไห้ทำไมคะ"

มันกระซิบถาม แล้วจูบที่ขมับ ไออุ่นของริมฝีปากแผ่กระจายไปทั่วใบหน้า ผมส่ายหน้า มันดึงแขนผมไปนอนที่เตียงมันนอนลงไปก่อนแล้วให้ผมนอนทับตัวมันในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน ผมมองดูไฟแสงสีที่สว่างไสวทั่วห้อง เหมือนล่องลอยอยู่ในห้วงของความสุข สวนสวรรค์สักที่ เป้นที่ของผมกับมันสองคนเพียงเท่านั้น อยากจะจดจำภาพแบบนี้ไปนานๆจังเลย มันยกมือผมขึ้น จูบแผ่วเบาที่เรียวนิ้ว

"อุ๊ย"

ผมอุทานเพราะมันเอานิ้วผมแหย่เข้าไปในปากของมัน มันพยายามยัดอะไรเข้าไปในนิ้วนาง "แหวน" ผมพยายามชักนิ้วออก มันจับมือไว้

"อ่ะ เค้าให้ตัวเอง ทีนี่เราก็เป็นแฟนกันโดยสมบูรณ์แล้วน้า"

มันเอานิ้วออกจากปาก ผมยกนิ้วขึ้นมาดู แหวนเงินเกลี้ยงๆที่สวมอยู่นิ้วนาง ผมพลิกมือดูแหวนมีตัวอักษรสลักอยู่ เป็นชื่อของมันเอง ผมรู้สึกละลายหัวใจเต้นแรงไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ ผมเอี้ยวตัวไปมองหน้ามัน มันยิ้มแล้วจูบหน้าผาก

"ตัวเอง รักเค้าบ้าง หรือยังคะ"

เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่นุ่มนวลเหลือเกิน เหมือนมันดังมาจากห้วงที่ไกลโพ้น ผมอบอุ่นใจเหลือเกิน เป็นสุขจนมันล้นออกมาทางตา

"ยัง"

ผมพูดออกไป

"อ้าว ยังไม่รักเค้าอีกเหรอ ว้า จะให้ทำยังไงล่ะเนี่ย ตัวเองถึงจะรักเค้า"

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงพูดแบบนั้นออกไป ทั้งที่ในใจตอนนี้มันเปล่งผลิบานจนเก็บอาการไม่อยู่ ใครดูก็รู้ มันเองก็คงรู้เพราะน้ำเสียงไม่ได้แสดงถึงความน้อยเนื้อต่ำใจเลยแม้แต่น้อย กลับเริงร่าหยอกเย้า

"ไม่ต้องทำอะไรหรอก พอแล้ว"

"ไม่ได้หรอก เค้าอยากจะชนะใจตัวเอง อยากให้ตัวเองรักเค้า ไม่ต้องรักเค้ามากหรอก แค่ค่อยๆรัก เห็นมั้ยว่าเค้าน่ะก็น่ารักนะ"

มันหัวเราะแล้วพรมจูบทั่วใบหน้า ผมยิ้มหน้าแดง ตอนนี้ผมกอดมันอย่างเต็มใจ กลิ่นสบู่อ่อนๆมันช่างน่าพิศวาสเสียเหลือเกิน

"มา เค้ากอดให้หายคิดถึงหน่อย ทำไมนะยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอยากกอดอยู่ตลอดเวลา"

มันดึงตัวผมเข้าไปกระชับกอด ผมมองหน้ามันพิจารณาทุกจุดบนใบหน้า รอยยิ้มที่ตรึงใจ ไรหนวดอ่อนๆเหนือริมฝีปากแดง ไรฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบ คิ้วดกหนาจนเกือบต่อกันยาวเป็นแผง ดวงตาที่สดใสส่องประกาย ว่าไปแล้วมันหล่อมากทีเดียว ผมเพิ่งสังเกตุยิ่งมองยิ่งหลงไหล ตอนนี้ผมไม่คิดอะไรแล้ว อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีความสุขมาก แค่คืนนี้ก็ยังดี ผมลูบไรผมมันเบาๆ มันก็เอาปลายนิ้วเขี่ยที่ขอบตาของผมแผ่วเบาเคลิบเคลิ้มประดุจฝัน

"ไหนรอยกัดยังเหลืออยู่ไหม"

ผมเอาหน้าแนบปากมันแล้วพูดเบาๆ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้น แต่มันก็ยังคงกอดไว้

"ยังเป็นรอยอยู่เลย เจ็บไหม"

"ไม่เจ็บแล้ว เค้าไม่อยากให้มันหายหรอก เป้นสัญลักษณ์แทนตัวคนที่เค้ารักที่สุดไง เห็นไหมรอยเขี้ยวตัวเองน่ะ"

ผมลูบรอยกัดที่เป็นรอยฟันตกสะเก็ดสีดำอย่่างอ่อนโยน นี่ผมทำเกินไปหรือนี่ แล้วรอยที่หลังล่ะ ผมกังวล

"แล้วหลังล่ะ"

ผมมองหน้ามันอย่างรู้สึกผิด ผละออกจากอ้อมกอดของมันแล้วดึงแขนให้ลุกนั่ง ผมคลานไปด้านหลังแล้วถลกเสื้อมันขึ้น รอยแผลยังหายไม่สนิทกลางหลังเป็นรอยดำคล้ำตัดกับสีผิวของมัน เศร้าใจเหลือเกินผมทำไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ ผมเอาปลายนิ้วค่อยๆสัมผัสอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวมันเจ็บ

"เจ็บไหม เอ"

เสียงผมลอดไรฟันออกไป เสียงสั่นเพราะผมเองที่ตอนนี้รู้สึกเจ็บเหลือเกิน

"ไม่เจ็บแล้ว เค้าแข็งแรงน้า แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ก็เตือนให้เค้ารู้ไงว่าแฟนเค้าน่ะ ดุ"

มันยังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ผมแนบริมฝีปากลงไปบนแผ่นหลังของมัน ถ้าหากมันเป็นมนต์วิเศษก็ขอให้เขาอย่าได้เจ็บปวดเลย

"พี่ขอโทษนะเอ"

ผมพูดออกไป น้ำตาไหลออกมา ตอนผมจูบที่กลางหลัง มันสะดุ้งเล็กน้อย

"ที่รัก เค้ารู้แล้วล่ะว่าตัวเองก็รักเค้า ขอบคุณนะ ที่รักเค้า"

มันหันมาเอามือช้อนหน้าผมประครองขึ้นมา น้ำตาไหลเหมือนกัน มันประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากผมอีกครั้ง ผมยอมรับจูบอย่างเต็มใจ เป้นจูบที่เนิ่นนานหวานจับใจ กว่าเราจะถอนหน้าออกจากกันก็ผ่านไปนาน

"รู้ไหม ทำไมเค้าถึงรักตัวเอง"

มันยังคงนัวเนียอยู่ข้างหู ผมไม่อยากรู้ว่ามันรักผมยังไงหรือเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้ผมอยากอยู่อย่างนี้ไปนานๆ

"ก็ตอนที่ตัวเองไปเจอเค้ากับเพื่อนผู้หญิงบนห้องไง ตอนนั้นรู้สึกว่าแคร์ตัวเองมาก เค้าอยู่ไม่ได้เลย สั่นไปหมด ร้อนรน เค้าโทรถามไอ้ บอม มันก็บอกว่าเค้าน่ะรักตัวเองแล้ว นั่นล่ะเค้าถึงรู้ตัว"

"แล้วไม่สับสนเหรอ คิดดีแล้วเหรอที่จะรักผู้ชายน่ะ"

ผมคิดจะแหย่มัน แต่ที่จริงก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะคิดยังไง

"สับสนดิ ตอนแรกก็คิดอยู่นานล่ะ แต่ตอนนี้มั่นใจแล้ว เค้าคิดไม่ผิดหรอกที่รักตัวเองน่ะ ตั้งแต่รู้จักกันมาตัวเองมีแต่สิ่งดีๆมอบให้เค้าทั้งนั้น ถ้าเค้าไม่รักตัวเองสิแปลก คนน่ารักขนาดนี้ปล่อยไปก็โง่ดิ"

ผมคลอเคลียอยู่อย่างนั้น ความในใจที่เก็บหมักหมมเอาไว้นานมันทะลักออกมา ความในใจผมตอนนี้มันเปิดเผยออกมาหมดเปลือก อยากจะสัมผัสมันอยากจะกอด อยากจะจูบ ผมไม่คิดห้ามตัวเองแล้ว แท้จริงผมปรารถนามันมากขนาดนี้เชียวหรือ มันเองก็ไม่ปกปิดเช่นกัน ยิ่งผมแสดงความรู้สึกมากเท่าไหร่ มันก็แสดงออกมามากขึ้นเท่านั้น

"ทำไมเล็บเท้ายาวจังล่ะ"

ผมพูดขึ้นหลังจากสำรวจทุกส่วนในร่างกายของมัน

"ขี้เกียจตัด"

มันยังคงกอดเอวผมอยู่ ผมนั่งอยู่ตรงกลางหว่างขาของมัน ผมเดินไปหยิบกรรไกรตัดเล็บมาจากตู้

"เอ้ย ตัวเองจะทำอะไรน่ะ"

มันชักเท้าออก ผมดึงกลับมาเหมือนเดิมแล้วเข้าไปนั่งที่เดิม

"ไม่เอานะคะ มันสกปรก"

"เอามานี่ ไม่ตัดสักทีนั่นล่ะยิ่งสกปรก"

ผมดึงขามันมาพาดไว้ที่ตักแล้วลงมือตัดเล็บเท้าให้มัน ตอนแรกก็ไม่คิดจะทำเพราะมันมากไป แต่ไม่รู้ทำไมผมอยากจะสัมผัสมันทุกๆส่วน มันดันตัวขึ้นมามอง ผมทำอย่างใจเย็นไม่ได้รังเกียจ แค่รู้สึกว่าอยากทำ

"รักตายเลยอ่ะ"

"อ้าวรักแล้วตาย แล้วให้พี่ทำไงล่ะ"

"รักหมดใจแล้วเนี่ย"

มันเย้าแล้วลุกขึ้นมานั่งทั้งที่ผมยังนั่งอยู่ที่เดิม กอดเอวผมแล้วจูบทั่วหน้าและลำคอ เราคลอเคลียกันจนเกือบเที่ยงคืน เวลาที่เรามีความสุขมันเหมือนติดจรวดผ่านไปเร็วเหลือเกิน ส่วนเวลาที่เราเป็นทุกข์เหมือนเข็มนาฬิกาผูกไว้ด้วยก้อนหิน กว่าจะผ่านไปแต่ละนาทีช่างยากเย็น พอถึงเวลาเที่ยงคืน เสียงข้างบ้านโห่ดังลั่น

"สวัสดีปีใหม่ครับ ที่รักของผม"

มันกระซิบข้างหูแล้วจูบ

"ผมรักคุณ"

เสียงดังออกมาจากปากของมัน เราจ้องหน้ากันอยู่นานแสนนาน รอยยิ้มที่ผมรู้สึกตรึงตราใจที่สุด เป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่มีความสุขที่สุด แม้ช่วงที่ผ่านมาผมจะเจอกับเหตุการณ์ที่ทุกข์ใจมามากมาย แต่วันนี้มันก็ทำให้ผมใจชื้นอิ่มเอมขึ้นมา หวังว่าในปีใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามานี้ผมจะเจอสิ่งที่ดีกว่าเดิม

"สวัสดีปีใหม่ จ๊ะ พ่อตัวดี"

ผมจูบแก้มตอบแทนมันบ้าง เราสองคนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน แสงไฟหลากสีในห้องส่องแสงระยิบระยับดุจวิมาน ความสุขในวันนี้แม้มันจะแค่ไม่นานแต่ผมจะจดจำมันเอาไว้หล่อเลี้ยงหัวใจในวันที่มันแห้งเหี่ยว ผมหลับอยู่ในอ้อมกอดของมัน อบอุ่นหัวใจ อยากหลับอยู่อย่างนี้ อยากอยู่ในอ้อมกอดนี้ ตลอดไป


"แม้ลมหนาวมีรักยังอุ่นใจ ถักสายใยสานรักพันธ์ผูกกัน



ด้วยวันนี้อุปสรรคแม้นขวางกั้น จับมือกันให้รักนำทางใจ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น