When I first saw you I already knew
There was something inside of you
Something I thought that I would never find
Angel of Mine
I look at you looking at me
Now I know why they say the best things are free
Gonna love you boy you are so fine
Angel of Mine
"เอ้ย ตัวเอง ชอบเพลงนี้อ่ะ ใครร้องคะ"
มันชะโงกหน้ามากอดที่เบาะผมตามเคย ผมกำลังเคลิ้มกับเสียงเพลงต้องสะดุ้ง
"อ้อ น้องเอชอบเหรอ เพลงนี้หวานเชียวนะความหมายมันน่ะ"
"ชอบพี่ เพราะดี"
"เพลง Angel of Mine จ๊ะ ของ Monica ร้องให้แฟนเราสิ พี่ว่าน่าจะชอบ"
"บ้า แกนี่ก็ชอบพูดอะไรเวอร์"
ผมพูดแก้เขิน ค้อนพลวงใหญ่
"มันหมายถึงอะไรอ่ะพี่พล"
มันถาม หน้ามองพลแต่ยังเกาะเบาะผมอยู่
"ไหนบอกเริ่มฟังรู้เรื่อง แปลเองสิ"
ผมประชด มันเงียบ แล้วโน้มคอมาหอมแก้มผมทีหนึ่ง
"เอ้ย"
ผมตกใจสะดุ้งหนี
"ต๊าย จะหวานกันไปไหนจ๊ะ บอกว่าให้เห็นใจพี่บ้าง"
"แหมพี่ คนมันมีความสุขอ่ะนะ อย่าอิจฉาเลย"
"เพลงนี้ก้แปลรวมๆว่านางฟ้าของผมไงเอ เหมาะกับเรานะพี่ว่า ฮ่าๆ"
ไอ้พลนี่ก็แปลกคุยกับมันแต่ตามองจิกกัดผมอยู่ตลอด มันรู้ว่าผมจะเก็บอาการอายไม่ค่อยอยู่มันถึงรวมหัวกันแกล้งเอาๆ
"นี่แก แล้วไอ้กายกับกบล่ะโทรหามันรึยัง"
ผมพยายามตัดบทเปลี่ยนเรื่อง
"โทรก่อนออกจากบ้านแล้วมันบอกจะไปรอที่โน่น เออแล้วเอเข้าเธคได้แล้วเหรอ"
"บ้าเหรอแก ยังไม่สิบแปดเลย"
"ยังไม่สิบแปดแค่อายุใช่ไหมเอ แต่อย่างอื่นน่ะคงโตล่วงหน้าไปแล้วเนอะ"
พลหันไปเย้าเอ
"อ่ะนะพี่ ก็ไม่รู้นะครับ แต่รู้ว่าพอตัว ฮ่าๆๆ"
"โทรหาพวกมันหน่อยสิแก"
ผมเริ่มรำคาญสองคนนี้เต็มทนดูเหมือนมันจะเข้ากันได้ดีเหลือเกิน พลยอมโทรหากายแต่โดยดี กายถึงข้าวสารแล้ว รออยู่ทางเข้า พอบอกว่าเอมันมาด้วยพวกนั้นก็คิดแผนอื่นไว้รอเลย เพราะตอนแรกพวกมันอยากไปร้านชินนะม่อน แต่ท่าทางเอคงเข้าไม่ได้ พลหาที่จอดรถตรงลานด้านหลังถนนข้าวสารทางที่จะไปสนามหลวง เราเดินย้อนกลับมานัดเจอกันใหม่ที่หน้าข้าวสารเซ้นเตอร์
"ไหนบอกไม่สบายแก หน้าตาดูแจ่มใสเชียว"
กายทักมาตั้งแต่ไกล ผมพยักหน้า
"แล้วนี่ใครอ่ะ อุ๊ยหล่อเชียว"
กบกระแซะเข้าหาเอ มันขยับตัวมาข้างหลังผมแล้วเกาะเอวทันที
"อย่าบอกนะ ว่า"
"เออ แฟนไอ้โยมัน นี่น้องเอ"
พลดึงแขนกบไว้ ไม่ให้เข้าใกล้เรามากเกินไป
"หา น้อง เอ"
ทั้งกายและกบอุทานพร้อมกัน
"เออ น้องเอ อยู่ ม.5 อายุ 17 ปี พอใจไหม"
พลพูดอย่างรู้ดี
"หา"
อุทานพร้อมกันอีก หน้ามันทั้งสองดูตกใจยิ่งขึ้น
"อะไร อีพวกนี้ จะตะโกนเพื่อ"
พลปรามไว้ เพราะพวกมันเสียงดังจนคนที่เดินไปมาหันมามอง
"ต๊าย โย ร้ายกาจนะแก ฉันอยากได้แทบตายเด็กๆน่ะ ไม่เคยได้ แต่แกนี่นอนมาเลยนะยะ ต๊าย หล่อด้วยนะ"
กบแสดงท่าทีจริตเยอะตามปกติ
"นั่นสิ โห แกไปหามาจากไหนเนี่ย หาให้บ้างสิ"
กายพูดบ้าง ผมรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาในใจ ไม่รู้ทำไม ทำไมเหรอมีแฟนเด็ก แล้วมันน่าภูมิใจขนาดนี้เลยหรือ แล้วทำไมจะต้องทำท่ากันแบบนี้ ผมไม่ได้อยากมีมัน ผมไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ พวกมันเข้าใจบ้างไหม
"นี่ พอแล้วแก พูดอะไรเห็นแก่หน้ามันหน่อย"
พลเสียงดุปรามขึ้น มันคงรู้ว่าผมคงหน้างอแล้ว ทั้งกายและกบมองหน้าผมแล้วทำหน้าเจื่อนๆลงทันที พลเข้าไปกระซิบกระซาบมันสองคน แล้วมันทำตาโต ผมเอาศอกสะกิดเอที่มันเกาะเอวอยู่ มันมองหน้าผมแล้วมองหน้ามัน
"หวัดดีครับพี่"
มันยึกยักอยู่พักใหญ่กว่าจะรู้ว่าผมสื่อให้มันไหว้เพื่อนทั้งสอง มันเกาหัวแกรกๆก่อนยกมือไหว้ เพื่อนทั้งสองยกมือไหว้ตอบแทบไม่ทัน
"เออ ว่าแต่จะไปร้านไหนดีแก น้องมันเข้าไม่ได้นะ"
พลถาม
"ไปหาร้านนั่งนั่งกินเบียร์ก็ได้แก"
"เออแก ไปชาร์มล็อก ดีไหม นั่งสบายๆ"
กบกับกายแนะนำ เราก็เห็นด้วยเพราะถึงแม้จะตรวจบัตรแต่กายมันบอกว่ามันรู้จักคนข้างในไม่น่าจะมีปัญหา เราเดินย้อนไปทางต้นซอยแล้วขึ้นไปชั้นบน มีคนอยู่เต็มร้านคงเพราะเป็นวันคริสต์มาสต์ ชาวต่างชาติที่มีจำนวนมากกว่าคนไทยหนาแน่นไปหมด ร้านนี้มีนักร้องเล่นเพลงสดที่นั่งเปิดโล่งมีพัดลมไอน้ำอันใหญ่เป่าอากาศให้ระบาย เราได้ที่นั่งติดบาร์เพราะกายคุยกับคนที่มันรู้จัก
"เอาอะไรดีแก"
กายถามเมื่อนั่งลงที่นั่ง
"กินเบียร์ดีกว่าแก ง่ายๆเมาเร็วดี"
กบเสริม พลก็พยักหน้า
"ฉันไม่อยากกินเหล้าแก กินค้อกเทลได้ไหม ไม่อยากเมา"
ผมแย้งเพราะปกติไม่ค่อยชอบกินเหล้า เพราะกินแล้วรู้สึกว่าตัวเองเมาแล้วตลก
"แหมแก นานๆที กินหน่อยเถอะ แล้วน้องเอล่ะครับ กินเบียร์ได้ไหมนี่"
กายหันมาถามมันที่นั่งคลอเคลียผมอยู่
"ได้พี่"
"ไม่ได้ บ้าเหรอแก จะให้น้องกินเหล้า เอาน้ำอัดลมพอ"
ผมขึ้นเสียงขัดขึ้นมา
"โห"
มันโอดครวญ
"นี่ล่ะเอ เมียมาคุม เอ้ยมีแฟนมาคุมก็อย่างนี้ล่ะ"
พลกระแนะกระแหน แล้วหัวเราะชอบใจ มันเหมือนคิดอะไรได้ กวักมือให้เอมันโน้มคอเข้าไปหาแล้วกระซิบกระซาบกันอีกรอบ ผมทำท่าไม่สนใจ
"แก นี่กินหน่อยเถอะนะ จิบเบียร์นิดเดียว ไม่เมาหรอกน่า เมาฉันก็ไปส่งให้ถึงห้อง อีกอย่างเอมันก็อยู่ น้องมันไม่ได้กินด้วยนี่"
พลพยายามยุ
"ไม่เอาหรอกแก ไม่อยากเมา ฉันไม่ใช่ฝรั่งจำเป็นต้องฉลองด้วยเหรอ แกจะกินก็กินไปเถอะ ฉันไม่กิน"
"แหม โย เอาหน่อยเถอะ ไหนๆก็หยุดนี่พรุ่งนี้ ไม่ต้องวิตกอะไรหรอกน่า เพื่อนๆมาสนุกกันแกจะมานั่งทำตัวเป็นนางเอกเหรอยะ"
กบประชด ดูพวกมันเข้าขากันยังไงไม่รู้ แปลกๆหวั่นในใจ
"เออ กินก็กิน เมาแล้วรั่วอย่ามาว่ากันล่ะ"
ผมเหวี่ยงเพราะรำคาญ สรุปก็ต้องบยอมกินเบียร์เป็นหลอดกับพวกมัน เสียงนักร้องดังเคล้ากับเสียงสนทนากันจนฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง พวกเราคุยกันสัพเพเหระ พอเบียร์เข้าปากผมก็เมากินไม่กี่แก้ว หน้าก็เริ่มแดง
"เอๆ แฟนเราเมาแล้ว ดูหน้าสิแดงแจ๋เลย"
พลพยักเพยิดมาทางผม
"ม่าย มาว ไหน เอามาอีก"
ผมเริ่มเสียงยาน ควานหาแก้ว ไอ้เอมันยิ้มแล้วกอดเอวผมไว้
"พอแล้วนะคะ ตัวเองเมาแล้วน้า"
มันเอาจมูกมาคลอเคลียแถวกกหูผม
"ม่ายมาว จากินอีก อาวมาอีก"
"ฮ่าๆ แกดูมันสิ แหม พอเมาแล้วได้เรื่องเลย เลื้อยแล้ว"
กายหัวเราะ
"นี่แก น้องเอ หล่อมาก แกโชคดีนะเนี่ย"
กบเสริม
"ดูซิ ดูรักแกออก"
"อ้าว ก็ต้องรักฉันสิ ไม่รักฉันแล้วจะรักคราย"
ผมพูดแล้วหันไปมองหน้ามัน เอยิ้มหวานให้ ผมเลยหอมแก้มมันไปฟอดใหญ่
"โอ้โห เอาแล้วโว้ย ได้เรื่องแล้วเห็นไหมเอ"
"ตัวเล็ก อายคนนะคะ เดี๋ยวเรากลับไปทำที่บ้าน"
มันพูดแต่ก็เอาปากมาพุดอยู่เหนือริมฝีปากผม
"ม่ายอาย ก็เป็นแฟนกันนิ ม่ายอาย"
"ฉันว่าพามันกลับเถอะพล คนมองใหญ่แล้ว"
กายพูด ไม่รู้ว่าพวกมันคุยอะไรกันต่อแต่ผมรู้สึกตัวอีกทีตอนอยู่บนรถ นอนอยู่บนตักมัน ผมงัวเงียขึ้นมา
"ตื่นแล้วเหรอคะ เมานะเรา"
มันเอาหน้ามาซุกท้ายทอยผม
"อะไร เมาเมิว อะไรล่ะ"
"แหม เมื่อกี้เลื้อยใหญ่เชียว เขาบอกว่าเวลาคนเมามักจะพูดเรื่องจริงที่สุดนะแก"
พลมองกระจกมองหลังพูดขึ้น
"ฉันพูดอะไรแก ไม่รู้ล่ะตอนเมาไม่รู้เรื่อง"
มันสองคนรุมผมกันใหญ่ ไอ้ตัวเดียวไม่ยอมปล่อยให้ผมออกห่างคอยกอดอยู่ตลอดเวลา พอถึงบ้านผมก็รีบอาบน้ำแล้วรีบนอนเพราะเกือบจะตีสองแล้ว ส่วนเอมันอ่านหนังสือต่อ เออแปลกดี ผมหลับไปรู้สึกอุ่นใจมากกว่าทุกวัน นี่ผมเริ่มชอบมันแล้วเหรอ ทำไมทุกทีที่มันอยู่ใกล้ๆ หัวใจผมเต้นแรง ลมหายใจมันที่รดหน้าผม ทำไมมันมีพลังร้อนแรงเหลือเกิน นี่ผมเผลอใจแล้วหรือ
วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น