วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

Boy's Story ให้รักนำทางใจ ตอน 23

แม่พาไอ้เอลงไปกินข้าว ผมนอนนิ่งมองเพดาน ตอนนี้เองที่จิตใจผมไม่เป็นปกติสุขแล้ว คิดไปทุกทาง แม่คงเสียใจมากที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แม่ไม่เคยเสียใจที่ผมเป็นเกย์ ไม่เคยว่า จะคบกับใครก็ไม่เคยว่า พาพี่ตั้มกลับมาบ้านแม่ก็ทำตัวเป็นแม่ที่ดี กลับทำให้พี่ตั้มรู้สึกไม่ประหม่าอีกต่างหาก แม่คอยให้กำลังใจแม้ผมจะโดนพี่ตั้มทิ้ง แต่แม่ก็คงไม่คาดหวังให้ผมมีอะไรเกินเลยกับ ลูกชายของเพื่อนที่ฝากฝังเอาไว้เป็นอย่างดี แม่คงทุกข์ใจมาก มากกว่าผมหลายเท่านัก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีครั้งใดที่ผมทำให้แม่เป็นทุกข์ใจ แม่ไม่เคยมองผมด้วยสายตาที่มองเมื่อครู่เลย ผมเหมือนโดนไฟเผาร่าง ลนใจร้อนรนเหลือเกิน จะข่มตาให้หลับแต่ยิ่งพยายามผมยิ่งตื่น น้ำตาไหลซึมออกมาตลอดจนแสบตา สิ่งที่เกิดขึ้นเพราะอารมรณ์ชั่ววูบหรืออะไรก็ตามแต่ วันนี้ตอนนี้มันทำให้ผมเสียใจ อีกคนคือแม่ที่ทรมานใจไปไม่น้อยกว่าผมแน่นอน ใจผมกระสับกระส่าย ล่องลอยไปแสนไกล ถ้าพ่ออยู่ด้วยพ่อเองก็คงเสียใจมากเช่นกัน ผมทำอะไรลงไป ผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมสะอื้นจนเจ็บหน้าอก ผมกลายเป็นลูกไม่ดีไปแล้ว ผมทำให้คนที่ผมรักที่สุดในชีวิตเสียใจ ยิ่งคิดยิ่งปวดร้าวใจ ยิ่งดั้นด้นคิดหาทางออกยิ่งมืดมนจนหนทาง


เสียงไอ้เอเปิดประตูเข้ามาในห้อง ผมลุกขึ้นนั่งครึ่งตัวทันที จ้องไปที่มันอย่างเกลียดชัง นี่ถ้าผมไม่ได้สอนหนังสือมัน เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น นี่ถ้าผมเข้มแข็งมากกว่านี้ วันนี้เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้ ผมคิดโทษตัวเอง

"อิ่มจัง เค้าง่วงแระ ตัวเองยังไม่นอนเหรอคะ"

มันพูดอย่างอารมณ์ดี เดินเข้ามาที่ผมแล้วคลานขึ้นเตียงทันที

"เรานอนข้างล่างนะ"

ผมพูดเสียงแข็ง

"ไม่เอา จะนอนกอดแฟน"

"แม่รู้แล้วนะเอ พี่ไม่อยากให้มันทำร้ายผู้ใหญ่เพียงเพราะเราสองคนไม่ทันคิด"

ผมยังจ้องมันอยู่ เสียงสั่นเครือเพราะผมยังสะอื้นอยู่

"อืม เค้าคุยกับแม่อรแล้ว"

"อะไรนะ คุยกับแม่ว่ายังไง"

ผมร้องเสียงหลง ไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน มันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่กลับมุดตัวเข้ามาในผ้าห่ม

"ก็บอกว่า เค้าชอบตัวเอง เราจะคบกัน ก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมาก"

มันพูดเสียงเรียบเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา

"ไอ้บ้า ทำไมแกพูดแบบนั้น"

ผมตะคอก ความเป็นเด็กของมันพูดอะไรอาจไม่ทันคิด แต่มันคงจะไม่รู้ว่าผู้ใหญ่เขาไม่ได้คิดอะไรง่ายๆ อย่างที่มันคิด

"โห ที่รักคะ แม่ไม่เห็นว่าอะไร ตัวเองไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ร้องไห้จนตาบวมแระ มาๆ มานอนกอดกัน"

"ฉันเกลียดแก ไอ้เอ แกทำให้ทุกอย่างดูแย่ลงไปหมด ฉันเกลียดแก"

ผมผลักหน้ามันร้องไห้ อย่างอดสู ไม่รู้จะเอาแรงกำลังที่ไหนไปต่อสู้

"ค้าบ ที่รัก รู้ว่าเกลียด แต่ทำไงได้ ก็เค้าชอบตัวเองนิ ไม่ได้หยุดชอบง่ายๆด้วยนะ"

มันยังคงทำเสียงล้อเลียน ทุกอย่างในชีวิตมันไม่เคยมีอะไรจริงจังเลยหรือ ผมพยายามสะกดน้ำตาให้มันหยุดไหลสักที จะได้คุยกับมันให้รู้เรื่อง

"เรามาคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่า เอ"

ผมมองหน้ามันอย่างจริงจัง ไหนๆมันก็มาถึงขั้นนี้แล้วจะผลักมันออกจากชีวิตมันก็คงไม่ใช่ง่าย

"คุยอะไรคะ เค้าง่วงแล้วนะ"

"นี่ ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ"

"อ่ะ ค้าบ โหดุตลอดเลยนะ ตัวเล็ก"

ไอ้นี่มันกวนประสาทได้ตลอดเวลา ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุด พยายามระงับอารมณ์ให้นิ่ง เพราะไม่เคยคุยกับมันเป็นจริงเป็นจังได้สักที

"พี่ว่าเรื่องระหว่างเรา"

"หยุดเลย เค้าบอกแล้วนี่ว่าคุยกับแม่อรแล้ว แม่อรโอเค แล้วตัวเองจะหนักใจเรื่องอะไรล่ะ"

มันสวนกลับทันที ผมได้แต่อ้าปากค้าง

"แม่ บอกว่าอะไร"

"ก็บอกว่าลองคบกันได้ แต่ให้เค้าตั้งใจเรียน สอบเข้าวิศวะฯให้ได้ แค่นั้นเอง แม่อรน่ารักที่สุดในโลก"

ผมถอนหายใจ ไม่ได้โล่งใจแต่อ่อนใจกับความไร้เดียงสาของมัน

"แล้วคิดว่าแม่พี่ มีความสุขเหรอ ที่บอกเราไปแบบนั้น คิดบ้างไหมว่าผู้ใหญ่เขาคิดกันยังไง"

ผมขึ้นเสียงอีก

"ทำไมจะไม่รู้ ผมไม่ใช่เด้กเมื่อวานซืนนะ ผู้ใหญ่เขาต้องทุกข์ใจสิที่มีลูกเป็นเกย์ แม้หน้าตาจะยิ้มบอกว่ารับได้ แต่ในใจไม่มีใครรับได้หรอก แต่อย่างน้อย คนรักกันก็ดีกว่าเกลียดกัน ผมรักพี่"

มันหยุดเหมือนพูดอะไรผิด ผมมองหน้ามันไม่ลดสายตา

"เอ่อ ผมชอบพี่ มันไม่มีอะไรเสียหาย ผมบอกกับแม่อรแล้วว่า เราจะประคับประครองกันไปให้ไกล จะดูแลซึ่งกันและกัน เค้าจะตั้งใจเรียน ไม่ออกนอกลู่นอกทาง ตัวเองไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องแม่หรอก เค้ารู้ว่าท่านเสียใจ แต่มันมาถึงขั้นนี้แล้ว เค้าว่าถ้าเราทำตัวให้ดี ไม่ประเจิดประเจ้อ ท่านก็น่าจะยอมรับได้ แต่แม่อรบอกว่าอย่าเพิ่งให้บอกแม่เค้า รายนั้นคงทำใจรับยาก ตัวเองนอนเถอะ เดี๋ยวไข้ขึ้น ขี้แยนะเราอ่ะ"

มันยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้มผม ซึ่งนั่งอ้าปากค้าง พุดอะไรไม่ออก ไม่เคยคิดเลยว่าเด็กที่มองอะไรเป็นเล่นแบบมันไปทุกเรื่อง จะคิดแบบนี้ ความจริงผมตั้งใจไว้สองอย่าง คือพูดให้แตกหักกันไปเลย แต่ถ้าทำแบบนั้น แม่ผมคงเสียใจมากอีกเช่นกัน เพราะท่าทางมันคงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันถ้าเสียใจ อีกทางที่เตรียมไว้คือ ปล่อยให้เลยตามเลย ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ชอบมัน ไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องออกมาในรูปแบบนี้ แต่ยิ่งขัดยิ่งฝืนเหมือนทุกอย่างจะยิ่งแย่ไปเสียหมด แต่ก็จะบอกให้มันอยู่ในกรอบ ทำเหมือนแต่ก่อนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

"แล้วคิดว่าเธอจะทำได้เหรอ"

ผมถามขึ้น มันมองผมแล้วยิ้ม

"คงห้ามใจยากอ่ะนะที่จะไม่ได้แตะตัวเองน่ะ แต่เค้าจะพยายาม จะอดใจมากอดในห้อง เฮ้อ ลำบากเหมือนกันเนอะ"

"ลำบากก็หยุดสิ จะได้เป็นปกติ"

"หึ หึ"

มันไม่ตอบแต่หัวเราะ

"ให้หยุดตอนนี้นะเหรอ ไม่มีทาง คนมันไปไกลขนาดนี้แล้ว กู่ไม่กลับหรอก"

ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับมันอีก ตั้งใจไว้ว่าจะคุยกันให้มันจริงจัง แต่ก็คว้าน้ำเหลว เวลาผมจะเอาเรื่องมันไม่เคยจบเรื่งแบบที่ผมต้องการสักที มันมักจะเฉเข้าทางที่มันต้องการ มันคว้าเอวผมไปกอด แล้วดึงให้นอนลง ผมพยายามขืนตัวไว้

"ไปนอนข้างล่าง อยากนอนคนเดียว เสื่ออยู่ในตู้ไปเอามาปูเอง"

"ใจร้าย จะนอนกับแฟนอ่ะ"

"ไอ้นี่ เดี๋ยวก็ติดไข้"

"โอ๊ย ตัวเอง เค้าเจ็บหลังอ่า เป่าให้หน่อยดิ นะนะ"

มันเปลี่ยนเรื่องแล้วนอนคว่ำเปิดเสื้อขึ้นได้ครึ่งหลัง ผมได้แต่ถอนหายใจ จะทำยังไงกับมันดี ตกลงนี่ผมต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้ใช่ไหม ต้องคุยกับแม่ เผื่อมันจะโกหก มันมาขนาดนี้แล้ว ต้องคุยกับแม่ให้รู้เรื่อง ผมบอกตัวเองในใจ

"ดูให้เค้าหน่อย เจ็บจังเลย"

"ทายาแล้วนี่ จะเจ็บอะไรล่ะ"

"เป่าให้หน่อยดิ นะนะ"

มันอ้อน เอี้ยวตัวเอาหน้ามาถูตักผม

"ไม่เอาจะนอน เวียนหัว เถิบไป"

ผมเองก็แปลก ปากบอกเกลียดมันๆ แต่ก็ยอมทุกกระบวนความ บอกให้มันนอนข้างล่าง มันไม่ยอม ผมเองที่ยอม ไม่เข้าใจตัวเอง พอผมนอนลงมันก็เข้ามากอดทันที

"โอ๊ย ไม่ต้องวุ่นวายสักวันได้ไหม คนยิ่งไม่สบายอยู่"

"ก็คิดถึงนี่นา กอดหน่อย เดี๋ยวเค้านอนไม่หลับ"

"อย่ามา แต่ก่อนก็นอนคนเดียว แล้วจะมาคิดทงคิดถึงอะไร เถิบไปฉันนอนไม่หลับ"

"อิอิ ชอบไม่ใช่เหรอเวลาเขากอด เห็นเบียดตัวเข้าหาตลอด"

"ไอ้บ้า ใครเบียดตัวเข้าหา ถอยไป"

"ตัวไม่ร้อนแล้วนี่ มีความสุขจังเลย เวลาอยู่กับตัวเองน่ะ ไม่อยากไปไหนเลย อยากอยู่อย่างนี้ตลอดไป"

ผมขี้เกียจพูดกับมัน อยากกอดก็กอด ผมยังคงเศร้าใจอยู่ แม้ปากจะพูดกับมันแต่ในใจผมก็ยังครุ่นคิด หัวอกแม่คงคิดไปไม่น้อยกว่าผม แค่นี้ผมยังทุกข์ใจ แล้วแม่ผมล่ะป่านนี้ไม่นอนทุกข์ใจยิ่งกว่าผมหรือ ผมคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ส่วนมันก็ยังคงคลอเคลียผมอยู่อย่างนั้นไม่มีทีท่าว่าจะหลับง่ายๆ จนผมเองที่หลับไปก่อนมัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น