ผมถึงมหาฯลัยตอนเก้าโมงกว่า เดินไปม้านั่งที่ประจำประจำหน้าคณะ เห็นกบนั่งอ่านหนังสืออยู่ก่อนแล้ว กบเป็นเพื่อนร่วมคณะ ที่สนิทกันพอสมควร อีกคนคือกาย ผมกับจ๋ารู้จักสองคนนี้และสนิทกันเพราะพล ทั้งสามคนนี้เป็นขาเที่ยวกลางคืน มักจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังอยู่เสมอ กบเป็นเด็กต่างจังหวัด ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น นครราชสีมา ส่วนกาย เป็นคนที่ค่อนข้างมีฐานะ เพราะที่บ้านทำธุรกิจส่งออก อัญญมณี มีรีสอร์ท อยู่เกาะช้างสองแห่ง แต่กายมักจะไม่ค่อยอวดตัวเองนัก เว้นแต่ของใช้ส่วนตัว เพราะ กายถือเป็นเจ้าแม่แบรนด์เนม แข่งกับพล กบนั่งหน้ามุ่ย ก้มอ่านหนังสืออยู่
"อ้าว กบ มานานแล้วเหรอ แล้วกายล่ะ"
ผมทัก แล้วนั่งลงตรงข้าม
"มันไปแรดที่โรงอาหาร นี่แก วันเกิดอีพลน่ะ ไปหลังสวนกันนะแก เดี๋ยวชั้นจะกรีดตาไปให้แกดู ได้ตัวใหม่มา"
กบเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ เล่าอย่างเบิกบาน
"แกซื้อเองเหรอ ยี่ห้ออะไรล่ะ"
"เปล่าหรอก ของอีกายมัน"
กบตอบ หน้าเผือดลง นิดเดียวแล้วก็ ตีสีหน้าขึ้นมาใหม่
"ก็ของมันเยอะแก ของแมค มันไม่ใช้แล้ว ชั้นก็เลยจุ๊บมา นี่แกดู ยังใหม่ๆ อยู่เลย"
กบล้วงเอา อายไลน์เนอร์ในกระเป๋าออกมาอวด ผมก็มองดูโดยไม่มีความรู้อันใดจะไปคุยกับมัน ได้แต่พยักหน้า แปลกที่สองคนนี้มันชอบซื้อของแบบนี้ ทั้งที่กายเอง หน้าตาก็จัดว่าดี ดีกว่าใครในกลุ่มเสียอีก ส่วนกบ แต่งหน่อยก็ดี
"อ้าว โย มานานยัง"
เสียงกายทักมาจากข้างหลัง จ๋าเดินมากับกายด้วย
"นี่ แก วันนี้ไปกินหมูกระทะกัน เดี๋ยวชั้นโทรนัด นังพลให้"
จ๋าบอก พลางนั่งลงข้างผม
"อีกบ แกทำอะไรน่ะ ต๊าย ยังกะผีกระสือ"
จ๋าร้องเสียงหลง แล้วล้มตัวลงใส่ผมหัวเราะเสียงดัง
"อีบ้า แกทำอะไร อีกบ ต๊าย เป็นตุ๊ดซะเปล่า กรีดตาก็ไม่เป็น"
กายเสริม เราสามคนหัวเราะ ที่กบ กรีดขอบตาดำปี๋เหมือนหมีแพนด้า ผมก็นึกว่ามันก้มหน้าทำอะไร กรีดตานี่เอง กบวิ่งหนีไปเข้าห้องน้ำ กว่าที่เราสามคนจะหยุดหัวเราะ ก็เล่นเอาปวดท้อง น้ำหูน้ำตาไหล พอสิบโมงครึ่งก็เข้าเรียน สรุปนั่งเรียนทั้งคาบ เต็มไปด้วยความทรมาน เพราะกลั้นหัวเราะ เพราะถึงแม้กบจะลบออก แต่ลอยดำก็ยังไม่จางเท่าไหร่ ผมว่ายิ่งไปกระจายความดำให้มันกว้างขึ้น เป็นหมีแพนด้าไปจริงๆ อาจารย์ก็แซว กบต้องวิ่งเข้าห้องน้ำอีกรอบ อาจารย์เองก็หัวเราะ จนไม่สอน แต่เป็นสั่งงานแทน กว่าจะหมดคาบเรียนเล่นเอาเกือบตาย เพราะกลั้นขำจนปวดท้อง เราลงมานั่งที่เดิม แต่ก็ต้องลดความสนุกสนานลงทันที เพราะโต๊ะข้างๆ มีเด็กคณะออกแบบ นั่งอยู่สี่คน หนึ่งในนั้นคือนัท เพื่อนของกายสมัยปีหนึ่ง เคยเที่ยวด้วยกันอยู่พักใหญ่ แต่ก็ทะเลาะกัน เพราะนัทขี้โอ่เกินไป กายเลยไม่ชอบ จากเพื่อนกัน ก็กลายเป็นไม่ถูกกันไปเลย ฐานะทางบ้านของนัทถือว่าร่ำรวยเพราะพ่อของนัททำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ สร้างคอนโด นัทไม่เหมือนกับกายตรงที่ โอ้อวดสุดจะบรรยาย ของใช้ก็ต้องนำเข้า รถก็ต้องขับเบนซ์ อะไรมาใหม่ มันต้องเอามาอวดเพื่อนก่อนใคร อีกสามคนเป็นเบ้ให้มัน ผมไม่ค่อยสนใจ รู้สึกจะชื่อ แดน เก่ง หนุ่ม เห็นกายเคยบอกว่า เป็นกระเทยปลายแถว ไม่มีใครเอา ไม่มีรสนิยม พูดจาไม่เข้าหูคน ทำตัวต่ำทราม ประมาณนี้ ที่ยอมคบกับนัท เพราะ นัทเองก็ไม่มีคนคบ เอาเงินซื้อกันไว้ ผมไม่ได้ใส่ใจนักเพราะไม่เคยเสวนาด้วยสักครั้ง
"ต๊าย อี หนุ่ม แกได้กลิ่นอะไร มั้ยแก เหม็นๆ"
เสียงของ แดน แปร๋นขึ้นมา
"เออ นั่นสิ อีเก่ง แกไปเหยียบขี้มารึปล่าววะ"
หนุ่ม เสริม
"นี่พวกแก กลิ่นนี้น่ะ มันเป็นกลิ่นคนจน เหม็นสาปคนจนไงแก"
ตัวแม่มันสรุปให้ เราสี่คนยืนมองหน้ากัน ไม่รู้มันเจาะจงว่าใคร แต่เห็นกายหน้าแดง
"นี่กบ พวกที่เพิ่งรวยน่ะ เขาเรียกว่าอะไรนะแก"
กายพูดเน้นเสียง สายตาจ้องมองหน้า นัทอย่างกับจะกินเลือด กินเนื้อ
"พวกเศรษฐีใหม่ไงแก อุ๊ยต๊าย ไม่อยากจะสมาคมหรอกนะ พวกมีแต่เงิน แต่ไม่มีมารยาท"
กบจีบปากจีบคอ
"อีดอก มึงว่าใคร"
นัทเด้งตัวลุกขึ้นยืน ชี้หน้ามาที่เรา เพราะมันดูไม่ออกว่าชี้ใครจริงๆ
"เห็นจะจริงว่ะกบ ดูสิ สำเนียงส่อภาษา กริยา ส่อสกุล จริงๆ"
กบเบะปาก
"อี เหี้ย มึงว่าใคร"
หนุ่มลุกขึ้น ชี้หน้ากาย
"อุ๊ย คุณขา มีเยอะเหรอคะที่บ้าน ถึงเอามาแจกชาวบ้านเขาไปทั่วแบบนี้ อีชั้นไม่รับหรอกนะคะ ตัวเหี้ยน่ะ"
กบเน้นเสียงคำสุดท้ายแล้วถลนตาใส่ เสียงกรี๊ดกร๊าดดังกว่าเดิม ผมจับแขนกายไว้
"พอๆ แก อายคนเขา ไปข้างนอกกัน"
"จะอายทำไมแก ทีมันยังไม่อาย หน้าหนา หน้าทน มาว่าชาวบ้านเขาจนอย่างนั้น จนอย่างนี้ ถ้าพ่อมึงรวยจริง เอาไปแจกคนจนโน่น อีควาย อย่าดีแต่ปาก แม่งขอเอาตีนลูบปากมันสักหน่อย"
กาย ถลกแขนเสื้อขึ้น พร้อมเดินหน้าเต็มที่ ผมต้องรั้งมันไว้สุดกำลัง
"มึงมาสิ แล้วกูพูดไม่ถูกไง จนแล้วไม่เสือกยอมรับวะ แข่งอะไรมันแข่งได้ แต่บุญวาสนาน่ะนะมึง คงไม่มีหวังหรอกชาตินี้"
"ดู เพื่อนแต่ละคนของมันสิ นัท กุ๊ยทั้งนั้น ต๊าย คงสูบกันเลือดซิบๆ"
เสียงหลุดออกจากปาก นังแดน
"โอ๊ย ต๊าย พูดไม่หัดมองดูตัวเอง อีห่า คนที่เป็นปลิง น่ะพวกมึง แล้วคนที่เป็นคนในร่างควายให้สูบน่ะ อีนัท"
กบวี๊ดใส่
"อีสัตว์ ขอตบปากเน่าๆของมึงหน่อยเถอะ"
หนุ่มกับนัท ทำท่าจะโผมาพร้อมกัน กายเข้าไปกันกบไว้ กบเองก็ไม่ยอมถอย ผมเองก็มือติดแขนมันเข้าไปด้วย จ๋าเองก็รั้งแขนกบอยู่
"พอๆ แก ไปได้แล้ว จะทะเลาะกันทำไม"
ผมพูดกึ่งตะโกน
"มึงอย่าเสือก ลูกอีครูบ้านนอก เดี๋ยวปากแตกหรอกมึง"
อีนัทมันโพล่งออกมา ผมเหมือนคนเอาโคลนสาดใส่ ในวันที่แต่งตัวอย่างดี จะไปงานแต่งงานเพื่อนประมาณนั้น รู้สึกหูร้อน ใจสั่น ร้อนหน้าไปหมด ผม แย่งเอาหนังสือมาจากกบ ที่มันอาสาถือให้เพื่อนๆ ปาลงไปตรงกลางระหว่างกลุ่ม ที่กำลังจะวิวาทกัน ผมตรงเข้าไปจะผลักอกมัน แต่กาย อุ้มตัวผมไว้ ตัวลอยเลย กลับกันกับที่ผมเคยห้ามมัน
"มึงว่าไงนะ"
ผมพูดเสียงแข็งกึ่งตะโกน ตาขวางมองหน้ามัน
"มึงเป็นใคร มึงรู้จักกูดีแค่ไหน มึงถึงกล้าว่าถึงแม่กู พ่อมึงรวยแล้วมึงตายไม่เป็นใช่มั้ย"
"มึงรีบพาเพื่อนมึงไปไหนก็ไปเลย ก่อนที่เพื่อนกูจะฆ่ามันตาย"
จ๋าตะโกนบอก พวกมันด่าทออะไรอีกไม่รู้ ผมหูอื้อตาลายไปหมด สติหลุด นี่หรือที่เขาบอกโกรธจนควันออกหู พอพวกมันไป กายก็ดึงผม รีบเดินผ่านคนที่เริ่มมามุงดูไปที่มันจอดรถ พอเริ่มมีสติ ก็รู้สึกเสียใจ เพราะถ้ามีเรื่องกัน ทีนี้คงไม่ต้องเอามันล่ะ ใบปริญญา ที่จริงด่าทอกันมากมายกว่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคำที่ไม่มีในพจนานุกรมไทย รู้สึกอายคนเหมือนกัน เหมือนจะมีแต่รุ่นน้อง ที่นั่งอยู่หน้าคณะ คงไม่เคยเห็นผมในรูปแบบนี้ อีกทั้งรุ่นพี่เกย์กลุ่มใหญ่ ทะเลาะกันกลางมหาฯลัย เรารีบออกมาจากมหาฯลัย ทันทีก่อนที่เรื่องจะแดงไปมากกว่านี้
"ต๊าย น่ากลัวนะแก ไม่เคยเห็นแกโกรธ"
กบ นั่งอยู่ข้างหลังกับจ๋า เกาะเบาะของกายแล้ว ยื่นหน้ามาพูด
"เออ พวกแก รู้น้อยไป อย่าไปว่าแม่ของมันเชียว จะเข้าโรงบาลไม่รู้ตัว"
จ๋าเสริม ที่จริง ผมก็ไม่มีปมอะไรนะ แค่ไม่มีพ่อ แต่ทำไมไม่รู้ เวลาใครพูดถึงแม่ในแง่ร้ายผมจะเหมือนโดนปีศาจเข้าสิง เพราะผมรู้ว่าแม่ผมเป็นคนดี ดีที่สุด
"เออ นั่นสิ แรงฉิบหาย เพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย แกเห็นหน้าอีนัทป่ะล่ะ หน้าซีดยังกะไก่ต้ม ปากดีนัก"
"เกือบไม่ได้ใบปริญญาแล้วเชียว"
ผมพูดออกมา
"เห็นนิ่งๆ เวลาโกรธ น่ากลัวนะแก ต๊ายชั้นกลัว"
"หล่อนกลัวตัวเองเถอะ นังกบ แหม เบ้าตายังดำอยู่เลยนะยะ"
จ๋ากัด ผมเองก็อดหัวเราะไม่ได้ สรุป เราทั้งหมดก็หัวเราะออกมาจนได้ บางทีเวลาเราอยู่ในสภานการณ์คับขัน เรื่องที่ตลกๆ ก็เปลี่ยนสถานการณ์นั้นได้เหมือนกัน
วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น