วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

Boy's Story ให้รักนำทางใจ ตอน 10


เอ มันก็แปลกของมัน ตอนเช้ากวนใจมาก แต่พอบ่ายกลับตั้งใจเรียน เล่นเอาผมปรับตัวแทบไม่ทัน แต่มองในแง่ดี มันก็เป็นผลดีกับทั้งมันและผมเอง ผมสอนง่ายขึ้น บทเรียนจึงไปได้เร็ว ส่วนมัน ถ้ามันตั้งใจเท่าไหร่ มันก็ได้มากขึ้น คงเพราะมันกำลังสอบปลายภาคด้วย คงจะกลัวสอบไม่ได้ แต่ก็ซวยผมอีก เพราะพอมันสอบเสร็จ แทนที่จะพักบ้าง กลับให้ผมไปสอนตามปกติ พูดแล้วเซ็ง สอบเสร็จมันคงจะปิดเทอม ต้องคุยกับอาจารย์ปริศนาว่าจะให้สอนยังไง หรือมันอาจจะไปเรียนพิเศษก็น่าจะเป็นได้ ดีเลยสิ ถ้าไปเรียนพิเศษ

วันอาทิตย์ มันก็ไม่กวนใจผมอีก อาจจะมีมองแล้วยิ้มๆ บ้าง ผมเองก็เป็นอะไรก็ไม่รู้ เวลาเด็กมันตั้งใจเรียน ก็พลั้งปาก ไปแหย่มัน

"เอ๊ะ วันนี้แปลก ไม่กวน นะเรา"


"ทำไม อยากให้กวนไง หรือพี่เปลี่ยนใจ อยากให้ผมลองแล้ว"

เออ ฉันผิดเอง ผมด่าตัวเองในใจ สรุป ก็ให้มันตั้งใจดีกว่า เอเป็นคนหัวไวมาก ผมสอนเรื่อง tense ให้ครึ่งวันหลังเมื่อวาน มาวันนี้มันจำได้หมด สามารถระบุได้ว่าประโยคที่ผมยกตัวอย่างเป็น ประโยคอะไร แล้วทำไมมันเรียนอ่อนวิชานี้ ผมไม่เข้าใจ ความจำมันดีกว่าผมเสียด้วยซ้ำ เพราะผมเองกว่าจะจำได้ ต้องท่องเป็นลูกนกลูกกา อยู่หลายวัน

นับ เป็นอาทิตย์ที่ผมสบายใจเป็นที่สุด ลูกศิษย์ไม่กวนใจ ที่ทำงานก็เรื่อยๆ ออกไปข้างนอกเสียมากกว่า เพราะพี่ ภา เอาผมติดไปด้วยตลอด ยิ่งจะใกล้สิ้นปี มีงานเข้ามาเยอะกว่าช่วง กลางปี บริษัทเราจึงค่อนข้างยุ่ง งานที่อาจารย์สั่งมา ก็มอบให้จ๋าเป็นคนดูแล เพราะมันไม่ได้ทำงาน แต่ที่แปลกไป คือพี่ตั้ม ไม่รู้ว่าเพราะผมยุ่ง หรือเขายุ่ง ไม่ค่อยโทรหาเหมือนอาทิตย์ก่อน เวลาโทรไปก็คุยเดี๋ยวเดียว ยุ่งบ้างล่ะ ติดลูกค้าบ้างล่ะ ผมเลยไม่รู้จะคุยอะไรดี ในใจก็หวั่นๆ เป็นอย่างนี้เกือบทั้งอาทิตย์

"แก พี่ตั้มเป็นอะไรก็ไม่รู้ว่ะ ไม่ค่อยเหมือนเดิมเลย โทรไปก็ไม่ค่อยอยากจะคุย"

ผม ระบายให้พลฟัง ตอนที่มันขับรถมาที่ central world เราขอพี่ภาออกมาก่อน เพราะวันนี้เป็นวันเกิดมัน ผมก็กะจะหาซื้อของขวัญให้มันไปด้วย
 

"มีเด็กใหม่ รึเปล่าแก"
 

พลพูด แต่ตาไม่ได้มองผม ใจแป้วไปเหมือนกัน
 

"คงไม่น่า เพราะพี่ตั้ม ไม่น่าจะกลับไปเจ้าชู้อีก เขาสัญญาแล้ว"
 

"โอ๊ย แก นี่มันสมัย อินเตอร์เน็ท ไฮสปีดนะ ไม่ใช่สมัย เลิฟ เล็ทเทอร์ คนมันติดอยู่ในสันดานน่ะ แก้ยากว่ะ"
 

มันจะรู้หรือเปล่าว่า คำตอบที่ผมอยากได้ยินจากปากมันไม่ใช่แบบนี้ มันควรจะพูดหลอกให้สถานการณ์มันดีกว่านี้หน่อย
พลเหลือบมามองผม คงรู้ตัวว่าพูดอะไร ที่ไม่น่าจะพูดออกมา ความจริงผมน่าจะโทรหา จ๋า พลมันเป็นคนตรงๆ ว่ามันก็ไม่ได้

" เฮ้ย แก ฉันพูดเล่น พี่ ตั้มจะมีอะร๊าย เขาคงยุ่งล่ะแก ไม่เชื่อ แก็ลองโทรไปดิ บอกว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน ชวนเขาด้วย ดูสิว่าเขาจะว่ายังไง"

พลแนะนำ ผมยังไม่ได้รู้สึกดีขึ้น แต่ก็เอาโทรศัพท์ออกมา กดหาพี่ ตั้ม

"พี่ตั้ม คือ เย็นนี้ วันเกิดพลน่ะครับ เราจะไปหลังสวนกัน เอ่อ พี่ตั้ม ไปด้วยกันไหม"
 

ผม อึกๆอักๆ ไม่รู้ทำไม ยิ่งปล่อยไว้แบบนี้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่า การคุยกับเขา เหมือนคุยกับคนแปลกหน้า ผมว่ามันไม่มีอะไร แต่ผมคิดมากไปเอง
 

"อ้าว เหรอ อยากไปนะครับโย แต่พอดี มีงานด่วนเข้ามา พี่ต้องทำให้เสร็จน่ะครับ เอาไว้วันหลัง บอกพลเดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยงข้าว"

ที่จริง เสียงเขาก็ยังเหมือนเดิม ไม่เห็นมีอะไรแตกต่างออกไปเลย ผมคิดมากไปจริงๆ

"อ้อ ครับ งั้นไม่เป็นไรครับ ไว้วันหลังก็ได้"
 

ผมแอบถอนหายใจ ทั้งโล่งใจ และเหมือน ผิดหวังไปในครั้งเดียวกัน
 

"ช่วงนี้ งานยุ่งเหรอครับ พี่ตั้ม โยไม่ค่อยได้คุยเลย"
 

ผมตัดพ้อ
 

"ครับ ยุ่งมาก มีแต่งานด่วนเข้ามา พี่ต้องแก้โปรแกรมให้เขา ให้ทันน่ะครับ โยดูแลตัวเองดีๆนะ พี่เป็นห่วง เี่ที่ยวให้สนุก"
 

เหมือนเขาไม่อยากคุยแล้ว ดูตัดตอนยังไงไม่รู้  ผมน้อยใจขึ้นมา แต่ มันไม่มีอะไรหรอกน่า ผมปลอบใจตัวเอง
 

"ครับ ได้ครับ"
 

ผมวางสาย สีหน้ายังไม่สู้ดี พอดีกับที่พล จะเลี้ยวเข้าห้างพอดี มันเอามือมาตบบ่าเบาๆ
 

"โย แก เผื่อใจไว้ด้วยนะ"
 

อะไร มันจะพยายามพูดอะไร ผมมองหน้ามัน อย่างไม่เข้าใจ
 

"อะไรแก เผื่อใจ อะไร พี่เขาไม่ว่าง ยังบอกเลยวันหลัง จะพาไปเลี้ยง"
 

ผม แว้ดเสียงขึ้น โมโห มันขึ้นมา ไม่รู้ทำไม เหมือนมันจะพยายาม ให้ผม เลิกกับพี่ตั้ม
มัน เม้มปาก เหมือนจะพูดอะไรออกมา
 

"แกมีอะไร พล จะพูดอะไร"
 

ผมพูดเสียงดัง
 

"ไม่มีอะไรหรอก ฉันขอโทษ ที่พยายามมองพี่ตั้มในแง่ร้ายมาตลอด"

เรา เงียบกันทั้งคู่ ผมก็ยิ่งสับสน อะไรกัน เหมือนมันรู้อะไร แล้วมันปิดผมอยู่ แต่ว่าไปแล้ว พลไม่เคยปิดผมเลยสัักเรื่อง ตั้งแต่รู้จักกันมา แต่ก็รู้อยู่ว่ามันไม่ปลื้ม พี่ตั้ม เท่าใดนัก เพราะ พี่ตั้มเจ้าชู้ มันเคยเห็นตามที่เที่ยวบ่อย แต่พอมาคบกับผมเขาดีขึ้น แต่พลมันก็ยังไม่ปลื้มอยู่ดี

เราเดินห้างกันเรื่อยๆ พลเลือกเสื้อกับรองเืท้า เป็นของขวัญให้ตัวเอง เพราะได้เงินจากพี่ ภา มาเยอะพอสมควร ส่วนผมก็แอบไปร้าน เกรย์ฮาวด์ ซื้อเสื้อให้มันตัวหนึ่ง เป็นเสื้อยืดสกรีนลายสวย มันคงชอบ ผมให้เขาห่อให้

"ไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะแก ชั้นหิว"
 

มันบอกตอนที่เดินเสร็จแล้ว ที่จริงเราเดินผ่านร้านอาหารญี่ปุ่น ผมเองก็หิว เราจึงไปกินข้าวกัน
 

"นี่ อีกบ กับ อีกาย จะไปรอเราที่โน่นเลยนะ มันจะไปจองที่ไว้"
 

พลบอกตอนเราจะกลับ




"แล้วไหนบอกแกจะพาน้อง ดง น้องดาม ไปด้วยไงแก"

ผมถามขึ้น เพราะนึกขึ้นได้

"โอ๊ย เหวี่ยงทิ้งไปแล้ว แก เรื่องเยอะ แหม หลายสิ่ง จะเอานั่นเอานี่ ทำยังกับชั้นรวย มันอยากได้แต่ละอย่างนะแก"

พลบ่น
 

"นี่แก ชั้นอยู่ดึกไม่ได้นะ พรุ่งนี้มีสอน"
 

  ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะสีหน้ามันดูไม่ค่อยดี


"อะไรแก วันเกิดชั้นนะยะ ปีละครั้ง ไอ้เด็กนั่น ไปสายหน่อยก็ได้"

พล แว้ดกลับ ผมก็ได้แต่เงียบไป คงจะไปตามเพื่อนล่ะถ้าอย่างนั้น เราถึงบ้าน ทุ่มกว่าๆ แม่กำลังเตรียมของจะไปนั่งวิปัสนา กับน้าี่สาที่อยู่ข้างบ้าน แม่ชอบไปนั่งวิปัสนาที่วัดธรรม ที่ซอย ๑๐๑ ตอนที่พ่อเสียใหม่ๆ ไปเกือบทุกวัน แต่พักหลัง ไปบ้าง เดือนละครั้ง สองครั้ง เราคุยกับแม่อยู่สักพัก จนแม่ออกจากบ้าน เราจึงค่อยอาบน้ำแต่งตัว

กว่า จะออกจากบ้าน ก็เกือบสี่ทุ่มครึ่ง แต่พลบอกว่า ที่จริงเขาเที่ยวกันดึกกว่านี้ แต่ถ้าไปหลังสวน คืนวันศุกร์ หรือเสาร์ควรจะไปเวลานี้ เพราะจะไม่มีโต๊ะ เราแวะไปรับจ๋าที่บ้าน เห็นออกมายืนยิ้มแฉ่งคู่กับ พี่ป้อม

"ต๊าย เดี๋ยวนี้พัฒนานะยะ พาผู้ชายมาที่บ้านเลย ท่าทางจะเอาจริง"
 

พลพูดเมื่อเห็นทั่งคู่ยืนอยู่ หน้าบ้าน ผมได้แต่มอง ไม่ได้พูดอะไร
 

"ฉันสวยไหมแก"
 

จ๋าถามเมื่อขึ้นรถมา แต่พี่ป้อมไม่ขึ้นมาด้วย
 

"เลิศ เพื่อน สาวเลิศ นี่หล่อนจะไปงานศพเหรอยะ แต่งดำซะ"

"อ้าว นังนี่ ตกเทรนเหรอยะ นี่เป็นเทรนฝรั่งเศษ กำลังอินเชียว"


"อ้าว พี่ป้อม ไม่ไปด้วยเหรอครับ"
 

ผมถาม ก่อนที่สองคนจะกัดกันไปมากกว่านี้
 

"อ้อ พอดี พรุ่งนี้พี่มี แลบตอนเช้าครับ คงไม่ไหว เที่ยวให้สนุกนะครับ ฝากจ๋าด้วย"
 

"ค่า นังนี่ไม่มีใครเอาหรอกพี่ป้อม นอกจากพี่"
 

พลกัด
 

"อ้าวอีนี่ ฉันมันสวยขนาดนั้นเชียว ผู้ชายถึงไม่มีใครคู่ควร"
 

จ๋า แว้ดกลับ
 

"อ่ะ อ่ะ อย่าทะเลาะกันครับ ใครไม่เอา พี่เอาเองครับ เออ นี่ครับพล ของขวัญของพี่กับจ๋า"
 

พี่ป้อมยื่น กล่องของขวัญให้ ผมรับไปให้พล เพราะเขายืนอยู่ทางผม
 

"อุ๊ย ขอบคุณครับพี่ป้อม ไม่ใช่การ์ดแต่งงานนะ"
 

พลยังกัดไม่เลิก
 

"อีนี่ จะเอาไหมยะ แหม ปากดี เดี๋ยวก็ริบคืน"
 

จ๋าทำท่าจะไปแย่งของขวัญคืนมา
 

"ต๊าย ให้แล้วให้เลยสิ ขอบคุณนะครับ พี่ป้อม"
 

พลไหว้ขอบคุณ

เรา ออกจากกล้วยน้ำไท ตรงเข้าพระรามสี่ พลตรงไปแยกสีลมแล้วค่อยเลี้ยวเข้าจอดรถในโรงพยาบาลจุฬาฯ แล้วเราค่อยเดินไปที่หลังสวน พลบอกว่าที่จอดรถแถวนั้นหายาก ยิ่งคืนวันศุกร์ เสาร์ แย่งกันเที่ยว เราเดินข้ามฝั่งไปทางสวนลุม ร้านที่พลบอก ผมไม่เห็นว่ามันจะน่าเที่ยวตรงไหน ดูน่าสนใจก็ตรงที่ ไฟแสงสี กับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มออกมา ร้านที่เราเข้าไป ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเปิดเป็น เธค เหมือนห้องแถวธรรมดา แต่ คนเยอะมาก เยอะจนผมกับจ๋าเกาะกันแน่น เดินแทบจะไม่ได้ ตายจริง เขามาเบียดเสียดกันทำไมนี่ ผมตกใจ คนเยอะ จนมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร พลดึงเราเข้าไปโต๊ะเกือบในสุดของร้าน
 

"ต๊าย อีกบ พวกหล่อนเข้าใจเลือกที่นะยะ อีห่า ไม่เข้าไปอยู่ในบาร์เขาเลยล่ะ"
 

จ๋า แว้ดเสียงดังทันที ที่เข้าไปถึงโต๊ะได้
 

"อ้าว นังนี่ ตรงนี้น่ะ ทำเลดีสุดๆ แกเห็นไหม มันเป็นทางขึ้นชั้นสอง เวลาผู้ชายเดินเราก็จะได้สีๆไง"
 

กบ อธิบาย เห็นจะจริงตามที่มันบอก เพราะ มันเป็นทางขึ้นไปห้องน้ำชั้นสอง แต่ เดินไปได้ยังไงไม่เข้าใจ เล็กๆ แคบๆ คนแน่นอัดกันยังกับปลากระป๋อง
 

"โหย แก แล้วอะไรยังไงเนี่ย คนแน่นขนาดนี้"
 

ผมบ่นบ้าง เวลาพูดกันก็ เหมือนจะตะโกนใส่กัน
 

"น่าแก เอ้า กินๆ อย่าพูดมาก"
 

กายจับแก้ว เหล้าใส่มือ พร้อมทั้งยกใส่ปากผม
 

"เฮ้ย แก แหวะ มีแต่เหล้า"
 

ผมบ้วนออก เพราะกลืนลงไปหน่อยเดียว แต่ขมปี๋
 

"อ้าว แก เสียของ กินเข้าไป อย่าพูดมาก อย่ามาเรียบร้อยแถวนี้ เจ๊ ไม่ปลื้ม"
 

กาย ยังพยายาม ต่อ ทีนี้ ทั้ง พล กับกบ จับแขนผมไว้ มือใครไม่รู้จับปากอ้าไว้แล้วเทเหล้าเข้าปาก ผมไม่ค่อยกินเหล้า เพราะกินแล้ว เมาเร็วมาก ผมกลืนเหล้าเข้าปากอย่างทุลักทุเล ทำไมเหล้ามันขมแบบนี้ ไม่เข้าใจเขากินกันจัง พอเหล้าหมดแก้ว ผมก็หาที่เกาะ
 

"อีนี่ เดี๋ยวมันก็เมาหรอก"
 

จ๋า ร้องเตือน แต่ไม่เห็นยักช่วยอะไร
 

"โอ๊ย ไม่ต้องห่วงหรอกหล่อน เพราะหล่อนเองก็จะต้องเมาเหมือนกัน"
 

พล หันมาเล่นงานจ๋า ดูกลุ่มเรา กรี๊ดกร๊าดเป็นพิเศษ เพราะ ทั้งกายและกบก็วางมือจากผมไปทางจ๋าแทน รายนั้นกรี๊ดเสียงดัง เพราะโดนไปสองแก้ว
พอเหล้าเข้าปากแก้วหนึ่งก็มีแก้วสองตามมา ผมพอคุ้นลิ้นก็ชักไม่ต้องจับกรอกแล้ว กระดกเองเลย พอเที่ยงคืน กายกับกบก็เอากล่องเค้กขึ้นมา ทางร้านเขาใจดีเปิดเพลง แฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้ คนในร้านมองกันใหญ่ แต่เราก็ไม่รู้สึกกระดากอายเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าเป่าเค้ก กับ เธค นี่มันเข้ากันตรงไหน พอเมาได้ที่ผมก็เริ่มง่วงนอน
 

"แกๆ กลับเถอะ ฉานง่วงนอน แล้วว"
 

ผมเสียงยาน
 

"อะไรแก ยังไม่ถึงไหนเลย เนี่ยเดี๋ยวไปต่อที่สีลมกัน"
 

พลบอก พลางตบแก้มผมเบาๆ เพราะตาเริ่มปิด
 

"อู๊ย มันเด็กเรียนจริงๆ เนอะแก ไม่ใช่เหมือน นังชะนีนี่ พอเมาแล้ว แร่ด ค่าา"
 

กบบอก จ๋า หันขวับมาทันที
 

"ช้าน แร่ด เหรอแก ไม่จริ๊งง ออกจะเรียบร้อย อุ๊ย น่ารักจัง คุณคะ คุณ"
 

จ๋า หันไปเกาะหลังผู้ชายที่กำลังดันคนจะไปเข้าห้องน้ำ จน กายต้องไปดึงออกมา
 

"โห ของเขาแรงว่ะ นังนี่ระวังหน่อย เขาอาจจะมีผัวก็ได้นะยะ"
 

"โอ๊ย ผัวเผออาราย ไม่สน ก็หล่ออ่า ช้านจะอาวๆ"
 

"ชั้นว่าเรา ย้ายเถอะ เดี๋ยว นังจ๋าทำเสียเรื่อง ผู้ชายหนีหมด"
 

พลบอก แล้วเรียกเด็กมาเก็บเงิน กบลากผมออกมานอกร้านก่อน ตามด้วยกายลากจ๋า ซึ่งรายหลัง เกาะคนนั้นคนนี้ไปทั่ว พอออกไปยืนนอกร้านถึงรู้ตัวเองว่าเมา ยืนโงนเงน
 

"ยืนดีๆ แก เดี๋ยวชั้นไปเชค เรตติ้งหน่อย แป๊บนะ"
 

กบพูดเสร็จ ก็เดินเข้าไปในร้านอีก กายต้องคอยเฝ้าจ๋าเพราะ มันจะคอยไปดึงคนนั้น คนนี้ นี่ถ้ามันสร่างเมามันจะกล้าทำแบบนี้ ไหม
 

"สวัสดีครับ มาคนเดียวเหรอครับ"
 

เสียงทักอยู่ข้างหน้า ใครหว่า ผมเงยหน้ามอง เพราะก้มหน้าอยู่ เวียนหัวตุ๊บๆ
 

"เอ่อ "
 

ผม ไม่รู้จะพูดอะไร ใครก็ไม่รู้ หน้าตาดียู่หรอก แต่ทาแป้ง ขาวลอยมาแต่ไกล
 

"ชื่ออะไรครับ ผมชื่อ โจ้"
 

เขารุกต่อ นี่เราน่าตาน่าคุยด้วยขนาดนั้นเลยเหรอ ผมคิด มองไปทางกายกับจ๋าก็เหมือนจะดูวุ่นวายอยู่ ตายละสิทำยังไดี
 

"มากับแฟนครับ"
 

ผมพยายามตอบ เขาจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวาย
 

"อ้าว มีแฟนแล้วเหรอครับ ไหนล่ะแฟน ทำไมปล่อยให้คนน่ารักมายืนคนเดียวแบบนี้"
 

โ๊อย เบื่อมุขนี้เต็มที จะหนียังไงดี ผมคิด พอดีเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ใส่เสื้อเชิ๊ตสีอะไรไม่แน่ใจ ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ผมโผเข้าไปทันที
 

"นี่ไงครับ แฟนผม พี่ เอ็ม ไปไหนมา โยรอตั้งนาน"
 

ผมเมา ผมถึงกล้าทำไปขนาดนั้น เพราะกอดคอเขาเลย เขาสูงกว่าผมมาก จนต้องเขย่ง เขาตกใจสะดุ้งจะผลักผมออก
 

"พี่ ขอโทษ ครับ ช่วยผมหน่อย ผมไม่อยากคุยกับเขา"
 

ผมพูดเสียงเบา แน่ใจว่าเขาคงได้ยิน เขาค่อยมองหน้าผม แล้วมองผู้ชายคนนั้น เขาจึงค่อยยอมให้ผมกอด
 

"เอ้อ พี่ไปเข้าห้องน้ำมาครับ อยากกลับบ้านแล้วเหรอครับ คนดี"
 

เขาแสดงเกินจริงไปหน่อย เพราะเขา ก้มลงมาหอมแก้มผม จนผมต้องผละออก มองไป ผู้ชายคนนั้น ไปแล้ว ผมจึงผละออก
 

"ขอบคุณครับพี่"
 

ผมไหว้ขอบคุณเพราะดูเขา มีอายุกว่าผม
 

"อ้าว ไม่เอาจริงๆ เหรอครับ พี่ยังไม่มีแฟนนะ"
 

ตายแล้ว หาเรื่องใส่ตัวอีกแล้วเรา เขาเดินรุกเข้ามาทันที เขาดูดีกว่าคนเมื่อกี้ แต่ผมกลับไม่อยากคุยแล้ว
 

"กบ ชั้นจะอ๊วก"
 

โชคยังมี กบเดินออกมาพอดี ผมโผเข้าหากบทันที
 

"ต๊ายแก อย่าอ๊วกตรงนี้ อายเค้า ไปๆ ข้ามไปฝั่งโน้น"
 

กบรีบลากผม ข้ามฝั่งไปทันที
 

"อ้าว ไม่อ๊วกล่ะแก ฉันกำลังสีผู้ชายอยู่ ไปเลยแก เห็นไหม"
 

กบบ่น เขาเดินข้ามฝั่งมาที่เรา
 

"ไปกินน้ำเย็นก่อนดีไหมครับ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวตรงนั้นน่าจะมี"
 

เขา เสนอ พลางก้มหน้าลงมาใกล้ๆ
 

"อุ๊ย ค่า เอ๊ย ครับพี่ เพื่อนเมาน่ะครับ ไม่รู้เรื่องเลย"
 

กบ ทำท่าร่าเริง ทำท่าฝืนธรรมชาติ
 

"หล่อเวอร์แก ต๊าย ชอบชั้นแน่เลยอ่ะ"
 

กบกระซิบ
 

"พี่ช่วยพยุงเพื่อน ดีกว่าไหมครับ ท่าทางเราจะเมื่อยแล้ว"
 

อ๊าย ไม่เอา ผมพยายามเด้งตัวขึ้นมาทำเป็นไม่เมาทันที
 

"ผมไหว ครับพี่ ไม่รบกวนหรอกครับ ขอบคุณครับ"
 

พอดี พลกับกายที่ลากจ๋าเดินข้ามมาพอดี ผมตะโกนเรียก
 

"อุ๊ย ใครอ่ะ หล่อเชียว"
 

กายบอก แล้วพลักจ๋าใส่อกให้พล
 

"อ้าวอีนี่ เห็นผู้ชายแล้วทิ้งเพื่อนเลยนะแก"
 

พลบ่น แล้วรับจ๋ามา
 

"หวัดดี ครับพี่ ผมชื่อ กายนะครับ"
 

"อุ๊ย หนู เอ๊ย ผมชื่อกบ ครับ"
 

ทั้งสองแย่งกันบอกชื่อตัวเอง
 

"สวัสดีครับ พี่ชื่อ ปิ๊ก นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก มาเที่ยวกันกี่คนครับ"
 

เขา ยิ้ม แต่สายตายังจ้องมาที่ผมอยู่ ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ แต่เขามองผมอยู่จริงๆ แต่เพราะผมเมา เลยไม่ค่อยประหม่า ที่จริงไม่ชอบให้ใครมาจ้องแบบนี้
 

"เอ่อ พี่ค๊ะ ชอบ คนนี้เหรอ"
กบเบ้ปาก เพราะเห็นสายตาเขามองผม และพูดแบบเป็นธรรมชาติของมัน
 

"มันชื่อโย ค่ะพี่ มีแฟนแล้ว แฟนกำลังมีกิ๊ก"
 

พอพูดได้แค่นี้ ทั้งกายทั้งพลก็ ถลึงตาใส่ จนกบพูดไม่จบประโยค ผมเองได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง แต่ก็แว่วๆ หูแต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
 

"ใครน้า โชคดีได้ น้องโยเป็นแฟน น่ารักแบบนี้ แฟนคงรักมาก คงโง่แล้วล่ะถ้ามีกิ๊ก"
 

เขาพูด ทำสายตากรุ้มกริ่ม
 

"เราจะไปต่อที่ วอยสองอ่ะครับพี่ ไปด้วยกันไหม"
 

กายเอ่ยปากชวน เหมือนจะรีบตัดบท แต่ทำไมต้องชวนด้วย ผมไม่เข้าใจ
 

"เหรอครับ ก็ดี ครับ เดี๋ยว พี่ขอโทรบอกเพื่อนก่อน เดี๋ยวมันหาว่าพี่หนีกลับก่อน"
 

สรุป เราก็ต้องไปต่อกันที่ซอยสอง ผมไม่เคยไปที่นั่น แต่ ทั้งสามสิงห์ ไปจนเขาจำหน้าได้แล้ว และก็มีเขาตามไปด้วยอีกคน    


 







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น