วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2553

Boy's Story ให้รักนำทางใจ ตอน 6

ผมกลับถึงบ้าน ก็ขึ้นไปล้มตัวลงเตียงทันที ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้ เวียนหัวไปหมดเลย เหมือนเอาตัวเองเข้าไปฝึกให้อดทน ต่อสิ่งยุยง โอย จะไหวไหมนี่ ผมเผลอหลับไป จนแม่มาปลุกไปกินข้าว ผมคุยกับแม่สักพักก็ขอตัว เข้าห้อง กะจะไม่อาบน้ำ แต่ก็เหนียว เหนื่อยตัวเหลือเกิน อาบน้ำเสร็จ โทรหาพล ดันปิดเครื่อง คงอยู่กับเด็กจริงๆ โทรหาจ๋าก็ได้


"แกจะนอนยัง จ๋า" ผมถาม
"ยัง แก เป็นไงยะ เสียงเหมือนคนเพิ่งไปออกรบมาเลย"
"เออสิแก เหนื่อยเป็นบ้า เวียนหัวเลย"
"เอาน่ะแก เดี๋ยวก็ชิน มันหน้าตาเป็นไงวะ ไอ้เด็กคนนี้"
"ก็กวนตีนไง แม้แต่หน้าตามัน ก็กวนตีน นี่ถ้าไม่ได้เกี่ยวพันกัน ฉันคงไม่แม้แต่จะคุยกับมัน"
"โห ขนาดนั้นเชียว"


ผมระบายออก จ๋าก็ไม่พูดอะไรมาก เพราะมันแค่อาทิตย์แรก ไม่รู้ว่าต่อไป ผมจะทนได้ไหม หรือบางทีอาจจะชิน อย่างที่จ๋าว่า ผมเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ตื่นมาตอนเกือบหกโมง พอเข้าห้องน้ำเสร็จก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ แล้วก็มาทำข้าวต้ม ขี้เกียจหุงข้าว แม่ตื่นเกือบเจ็ดโมง แต่ลงมาในสภาพที่พร้อมจะออกไปโรงเรียน


"โย ไปอาบน้ำก่อนเถอะลูก เดี๋ยวไปทำงานสาย"
"อ้อ วันนี้พลมารับครับ"
"อ้าว พลมาทำธุระแถวนี้หรือ ไม่เป็นไรลูกเดี๋ยวแม่จัดการเอง โยไปอาบน้ำเถอะ"


แม่เข้ามาตักข้าวต้มใส่ถ้วย ผมจึงขึ้นไปอาบน้ำ พออาบเสร็จ พลก็โทรมา
"แก เสร็จยัง ทำไรกินวะ"
"ข้าวต้ม แกอยู่ไหนแล้วล่ะ ถ้ามาถึงแล้ว แม่อยู่ข้างล่าง ขอแต่งตัวก่อนแป๊บนึง"


ผมรีบแต่งตัว เตรียมกระเป๋า แล้วลงมาข้างล่าง แม่กินข้าวเสร็จแล้ว


"แม่เสร็จแล้วเหรอครับ พลยังไม่มาอีกเหรอครับแม่ เห็นบอกอยู่หน้าปากซอยแล้ว"
"จ๊ะ ยังเลยนี่ลูก เอ๊ะ นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี แม่ต้องรีบไปนะ วันนี้แม่มีประชุม"


ผมเดินออกไปส่งแม่ที่รถ พอดีกับพลลงมาจากรถ


"หวัดดีครับแม่ จะไปแล้วเหรอครับ"
"จ๊ะลูก กินข้าวมายังจ๊ะพล มีข้าวต้มนะ วันนี้แม่รีบ แล้วไปยังไงมายังไงถึงมารับกันได้ล่ะ"


แม่ถามพลางง่วนอยู่กับการจัดของในรถ


"อ้อ ผมมาธุระแถวนี้น่ะครับ เลยแวะมารับโย"


ผมเดินไปเปิดประตูบ้านให้แม่ พลเดินมากระซิบ


"เด็ดมากแก มีเรื่องจะเมาท์"


คงหมายถึงเด็กที่ มันไปค้างด้วยเมื่อคืน พอแม่ขับรถออกไปจากบ้านแล้ว ผมก็ปิดประตู


"ไปกินข้าวก่อนเถอะแก เดี๋ยวสาย พี่ภาเอาตายแน่"


ผมเร่ง แล้วเดินนำหน้าเข้าบ้าน ไปก่อน พลเดินตามมา


"น่ารักมากแก น้อง ดาม โดนใจอย่างแรง ตัวจริง น่ากินมาก อร่อยมาก"
"นะ กินข้าวก่อนเถอะ แล้วค่อยเล่าบนรถ เดี๋ยวฉันกินข้าวไม่ลง"


ผมต้องห้ามมันก่อน เพราะถ้าปล่อยให้เล่า มาเป็นฉากๆ เห็นถึงไส้ถึงพุง


"ขึ้นทางด่วนละกันแก ฉันจ่ายค่าทางด่วนให้"


ผมบอกเพราะออกจากบ้านช้าเกือบ ๘ โมง


"โห แกไม่ต้องรีบหรอก เจ๊เขาไม่ว่าหรอก ยิ่งมีแกมาด้วย ผ่านชัวร์"
"ไม่อยากมีปะวัติ เดี๋ยวภาพติดลบ เจ๊แกยิ่งไว้ใจอยู่"
"เออ เล่าต่อ น้องดาม น่ะ แก เรียนอยู่ ปีสองเอง ที่ฉันบอกวันก่อนเจอใน เอ็ม น่ะ ดูรูปก็น่ารักแล้วนะ ตัวจริง อยากจะกรี๊ด"
มันเหมือนความสุขจะล้นออกมาทางปาก แสดงท่าทางเหมือนเพิ่งได้รถคันใหม่


"เอาแบบ คร่าวๆก็ได้นะแก ไม่ต้องรายละเอียดมาก จะเอียนซะก่อน"
"ไม่ได้แก มันต้องถึง น้องดามอยู่ตรงลุมพินีนี่เอง ที่บ้านเขาซื้อคอนโดไว้ เป็นคนแรกที่เจอนะ ที่รูปสู้ตัวจริงไม่ได้ คนก่อนหน้านี้ รูปอย่างกับเทพ คงจบตกแต่งรูปมา ตัวจริงยังกับ จรกา ตอนน้องดามลงมารับนะ ใจฉันบอกแล้วล่ะว่า ใช่ น้องคนนี้แน่ๆ ขาวเนียน อมชมพู"
"เวอร์ คนอะไรจะขาวเนียน อมชมพู" ผมกัด
"พอไปถึงห้องนะแก อยากจะโถมเข้าหาทันที แต่ก็ต้องคุยกันก่อน พอเป็นพิธี ฉันก็ขอนอนค้างเลย บอกดึกแล้วไม่อยากกลับ อิอิ น้องเขาก็ไม่ว่าอะไร ฉันจึงไปอาบน้ำ แก น้องเขาขออาบน้ำด้วย ถอดกางเกงออก อกอีแป้นจะแตก เยส มันใช่น่ะแก มันใช่ สิ่งที่หามานาน"


พลทำท่าทาง ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ


"ทำไม ใหญ่มาก ว่างั้น"
"ไม่อยากจะเชื่อแก ตัวก็ไม่ใหญ่กว่าฉันมากมาย แต่ เป้าเลิศ ฉันก็เลย ถวายบัวให้เลย"
"โห ไม่ลงไม่ล้างมันก่อนเหรอ"
"ล้างทำไมเสียเวลา น้องเขาชอบมาก โอ๊ย ยังคิดถึงสีหน้า ที่เซ็กซี่อยู่เลย ไฮ มาก"


ผมเริ่มไม่อยากจะฟังแล้ว เพราะรู้สึกมันคงล้วงลึกถึงไส้ใน เพราะปกติ มันจะเล่าแม้แต่ ตอนใส่ถุงยาง เอาทุกรายละเอียด


"แก ฟังเพลง หน่อยเถอะ อยากฟัง วันก่อนไปได้ยินมา มาดอนน่า ซิงเกิ้ลใหม่ แกเคยฟัง หรือยัง Isaac"
"แกมีแผ่นเหรอ" มันยอมคล้อยตาม
"เออ ไร้ท์มาแล้ว"


ผมรีบเปิดกระเป๋าเอาซีดีที่ไรท์มาสอดเข้าไปในเครื่องเล่น


"ต๊าย ป้าแกจะหอนอะไร ขนาดนั้นยะ"
"คนที่หอนไม่ใช่ ป้าแก เสียงก็ผู้ชายขนาดนั้น นี่มีเวอร์ชั้น มิกซ์ด้วยนะ แกน่าจะชอบ"


ผมกดเลื่อนเพลง


"ต๊าย เลิศ นี่แก วันเกิดฉันน่ะ อย่าลืมนะ จะพาไปแดนซ์ เดี๋ยวจะพาน้องดามไปด้วย"


วันเกิดพล คือวันที่ ๑๒ ตุลาคม ปีนี้ ตรงกับวันศุกร์พอดี


"แต่อยู่ได้ไม่นานนะแก เพราะแกก็รู้ ฉันต้องไปสอน ไอ้นั่น"
"เออ แล้วเมื่อวานมันแผลงฤทธิ์ อีกป่ะ"


ผมเปลี่ยนเรื่องได้สำเร็จ แต่ก็ต้องยอมเล่าเรื่องตัวเองแลก เพราะไม่อย่างนั้น มันคงวกเข้าเรื่อง ใต้สะดือมันอีกเป็นแน่ ผมเล่าให้พลฟัง แต่ตอนนี้ไม่เครียดเหมือนเมื่อวานแล้ว


"มันต้องเจอชั้น เด็กแบบนี้ ชอบ อิอิ จะเอาให้เงยหัวไม่ขึ้นเลย แล้วทำไมมันตัวใหญ่ล่ะแก กรรมพันธ์เหรอ"
"อืม พ่อมันตัวใหญ่ น้องมันก็ตัวใหญ่ แต่มันเล่นบาสด้วยล่ะ เลยสูงกว่าปกติ"


เราคุยกันจน ถึงที่ทำงาน เกือบ ๙โมง เฉียดฉิว พี่ภายังไม่มา ผมเลยออกไปซื้อน้ำเต้าหู้กับปลาท่องโก๋มาเผื่อพล งานผมก็เป็นปกติ ทำทุกอย่างเหมือนเคย พยายามจะเรียนรู้งานให้มากที่สุด เอาไปเอามา ผมจะผันตัวเองไปเป็นเหมือนเลขาฯพี่ภาไปเสีย ปกติแกไม่มีเลขาฯ เพราะต่างคนก็ต่างทำงาน แต่ผมจัดคิวงานให้แก นัดลูกค้า สรุป แกให้ผมทำเลขาฯเป็นหลัก ว่างๆ ค่อยไปช่วยคนอื่น พลเองก็ทำเหมือนผม แต่จะคอยดูรายได้กับรายจ่ายเสียมากกว่า คนในครอบครัว ย่อมไว้ใจกันมากกว่าคนนอกเป็นเรื่องธรรมดา


"เออ โย วันพุธ มีเรียนนี่ แกไปหน่อยสิ ฉันจะมาทำงาน"
"แล้วแก โดดกี่รอบแล้วล่ะ"


ถ้ามีเรียน เราจะผลัดกันไปเรียน เพราะที่เหลืออีกวิชาเดียว เป็น ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ไม่ยากเท่าไหร่ อาจารยืก็ไม่เข้มงวดมากนัก เพราะเข้าใจว่าเราติดวิชาแกอยู่เล่มเดียว เพราะบางคนก็ได้งานทำแล้ว บางคนก็ทำอย่างอื่น
สรุปผมต้องเป็นคนไปเรียน มีจ๋าอีกคนหนึ่ง เพราะรายนั้น ไม่ทำงาน ช่วยที่บ้าน ขายวัสดุก่อสร้าง แล้วก็ออกเดทกับพี่ป้อม


วันอังคาร


ผมตื่นเช้ากว่าเมื่อวานเพราะได้นอนแต่หัวค่ำ กิจวัตรประจำวันยังคงเป็นปกติ แม่ออกจากบ้านเช้ากว่าเดิมเพราะมีเวรยืนหน้าโรงเรียน ผมออกจากบ้าน ๗ โมงครึ่ง เพราะเผื่อรถติดในซอยอ่อนนุช ถ้าออกสายกว่า ๗ โมงครึ่งมีหวังไปถึงที่ทำงานสาย วันนี้ พี่ภา นัดลูกค้าไว้ที่ เซ็นทัลลาดพร้าว แกพาผมไปด้วย ตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปเจอลูกค้า ก็ไปคอยเดินตามหลังพี่ภาล่ะครับ ทำท่าจดนั่นจดนี่ หยิบตัวอย่างให้พี่ภา เอาให้ลูกค้าดู กว่าจะกลับเข้าบริษัทกว่าเย็นพอดี สรุปวันนี้ ก็ไม่มีอะไรมาก เพราะชีวิตตามปกติของผมจะเป็นไปในลักษณะนี้ ยกเว้นทุกเสาร์อาทิตย์ นับจากนี้ ต้องคอยเวียนหัวกับ ความทะลึ่งของเด็ก อย่าง ไอ้เอ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น